ผมเพิ่งรู้
การเป็นดารานักแสดงนักร้อง เป็นการสร้างเวรกรรมมาก มากจริงๆ มากอย่างไร?
สิ่งที่ผมเคยโครตอยากเป็น และพอเป็นได้นิดหน่อยแล้วก็รู้แจ้ง
กฎธรรมชาติ ย่อมไม่เหมือนกับกฎหมาย แม้คุณขาดเจตนา ก็ยังถือว่าผิด
และมีผลตอบแทนเสียหนักหนาเสียด้วย
มีกฎหมายสูงสุดอยู่ข้อหนึ่ง ที่คนหัวหมอมักพูดว่า
"ประชาชน จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้"
เช่นเดียวกัน ธรรมชาติเอง ก็ทึกทักเอาว่า
"มนุษย์ จะอ้างว่าไม่รู้กฏธรรมชาติไม่ได้"
เช่น เมื่อไหร่ที่เราขว้างบอลใส่กำแพง มันย่อมสะท้อนมาโดนหัวเรา
มันคือ Action = Reaction คือวิทยาศาสตร์อันเป็น ศาสนาที่สองของมนุษย์นั่นเอง
ดารานักร้อง เป็นผู้มีอิทธิพลต่อผู้คนเป็นอันมาก
จะนำไปในทางดีก็ได้ ทางลบก็ย่อมได้อีก
เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้เร่งเร้า ต่อมความอยากต่างๆ ของมนุษย์
เมื่อใดที่สาวน้อยหน้าตาดี ไปถ่ายแบบ FHM หรือ Playboy เมื่อไหร่ละก็
หรือเมื่อใดที่พระเอกเกาหลี เล่นละคร เพื่อเร่งให้คนเศร้าโศกร้องไห้
อันไม่เป็นการสร้างสรรค์ในทางบวก
เค้าย่อมเป็นผู้สร้างกรรมหนัก เป็นต้นเหตุให้ผู้คน หลง มัวเมา เร่งเร้าความอยาก
ความฉงน ความโกรธ อิจฉา อาฆาต ผูกใจเจ็บ มีความคิดที่เดินหลงทางฯลฯ
ผมนึกถึงพี่เบิร์ด ธงไชย
โครงการ To be number one คงจะประสบความสำเร็จ
ถ้าพี่เบิร์ด มาเป็นแม่ทัพสะบัดธงด้วยตนเอง
แต่พี่เบิร์ด ดันเลือกที่จะจำศีลเป็นฤาษีซะนี่
การเป็นคนเขียนเพลงก็คงเข้าข่าย เป็นตัวการร่วม
ผมนึกถึงเพลง คนเลวที่รักเธอ
เพลงที่โดนใจ คนอยากเลวและ ผีเปรต ทั้งประเทศ
"จะขอเป็นคนเลว ที่รักเธอที่สุด ถึงใครจะมองแบบไหน
ไม่ขอเป็นคนดี ที่รักเธอไม่ได้ ไม่อยากเป็นคนดีที่ไม่มีความสุข"
บางทีก็นึกขอบคุณเจ๊ระเบียบรัตน์ฯ ในบางโอกาส ถ้าไม่มีท่าน
คงไม่มีใครหาญ มาท้าชนเพลงนี้ได้
คนเป็นศิลปิน ควรนำเสนอแต่แง่สร้างสรรค์
อารมณ์ด้านลบ เก็บไว้กับตัวเองพอ
ไม่ต้องเจือจาน เผื่อแผ่ไปถึงญาติร่วมโลก
คนโง่ มันมีล้นประเทศ
อย่าให้ทุนนิยมมันครอบงำ จนลืมไปว่าตนเป็นใคร
ลืมหน้าที่ของตน
วันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น