วันศุกร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

สงสารคนไทย

เกิดเป็นคนไทยโชคดีหลายอย่าง มีในหลวง มีแผ่นดินอุดมสมบูรณ์
มีประวัติที่น่าภาคภูมิใจ มีบรรพบุรุษที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อเสรีภาพ
แต่สงสารที่คนไทยไม่ใส่ใจตนเอง

เรายังไม่พร้อมจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ
ประชาชนยังไม่รู้เรื่อง ยังไม่เห็นคุณค่าของเสียงและสิทธิตน
เรามีนักการเมืองชั่วเป็นส่วนมาก มีทุนระบบนิยมหนุนพรรคการเมือง
นักธุรกิจเห็นพรรคการเมืองคือการลงทุน
พรรคการเมือง จึงทำหน้าที่เป็นบริษัทๆ หนึ่ง ทำหน้าที่ธุรกิจการเมือง
เมื่อเลือกตั้งได้แล้ว ก็ให้ประโยชน์กันเป็นการตอบแทน
งานประมูล งานก่อสร้าง งานของรัฐ สมบัติของชาติ
ก็จะตกไปอยู่ในมือคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มนี้ เพียงหยิบมือเดียว
คนกลุ่มนี้นี่เอง ที่รวยไม่รู้จักเข็ด
เงินที่ทำให้ผู้คนเหล่านี้รวย ไม่ได้มาจากไหนนอกจากชาวบ้าน
ที่ไม่รู้จักสิทธิและเสียงของตน ชาวบ้านที่รู้แต่พวกมากกันลากไป

เมื่อเราได้โจรมาบริหารแผ่นดิน โจรก็มีหน้าที่ปล้นชาวบ้านตาดำๆ ปล้นแผ่นดิน
กฏหมายเฮงซวย ก็ออกมาเอื้อให้โจรด้วยกัน ปกป้องสิทธิของกันและกัน
ผมทำงานตำรวจ ผมยังยิ้มไม่ค่อยออก เมื่อเจอแต่กฎหมายเอาใจโจร
ก็เพราะว่าโจรเป็นคนออกกฎหมาย โดยอ้างหลักการของประเทศพัฒนา
(ในเมื่อประเทศเรายังไม่พัฒนา)
เมื่อการทำงานของตำรวจไม่คล่อง ผลกรรมก็ตกมาอยู่ที่ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย
เวลามีปัญหา มีเรื่องเดือดร้อน จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ ติดขัดไปหมด
ได้แต่ก้มหน้ารับกรรม เพราะว่ามันคือกฏหมาย

ตำรวจเองก็ไม่ค่อยทำงานกันเต็มที่ เพราะมัวแต่วิ่งเต้น เพื่อให้ได้ตำแหน่ง ยศ
การจะได้มาซึ่งตำแหน่ง ก็ต้องเอาใจนาย จนขนเต็มท้อง เลียมาก
ดูแลดียิ่งกว่าพ่อตนเอง จนเกินงาม
นายเองก็เห็นแก่ตัว สนใจแต่คนใกล้ตัว คนที่มีผลประโยชน์ร่วม
ไม่พิจารณาตามหลัก อาวุโสหรือความรู้ ระบบคุณธรรมจึงไม่มีในตำรวจ
ไม่วิ่ง ก็อย่าหวังว่าจะได้

ปัญหานี้แก้ได้ที่ผู้ใหญ่ ต้องหยุด เลิก รับสินบนทุกชนิด เลิกระบบพวกพ้อง
แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย
เพราะผู้ใหญ่เอง กว่าจะมาถึงตำแหน่งนี้ได้ เขาก็มีต้นทุน
เขาก็วิ่งเต้นมาเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจะได้มาฟรีๆ

ปัญหาก็มาลงที่ชาวบ้านอีกแล้ว ต้องทนรับกรรมไป
...สงสารคนไทย




ไม่มีความคิดเห็น: