อยากให้คนอื่นมองเห็นความสำคัญของตนเอง
อยากเรียกร้องความสนใจ
จึงต้องมีที่นั่ง VIP แม้แต่รถทัวร์กระป๋องก็ยังติดป้ายว่า VIP
อเมริกันจึงต้อง Express จะเป็นบัตรแบบธรรมดาไม่ได้
ที่นั่งชั้น Eco กับ Bussiness Class จึงต้องต่างกัน
คลับต่างๆ จึงมี "พิเศษเฉพาะสมาชิก"
ขนาดก๋วยเตี๋ยว ยังมีชามพิเศษ 30 บาท
เด็กๆ วัยรุ่นล้วนอยากเป็นดารา นักร้อง นักดนตรี
อยากได้รับสัมภาษณ์ขึ้นปกนิตยสาร
อยากเป็นดาวเด่น ดาวมหาลัย เชียร์หลีดเดอร์ หรืออะไรก็ตามที่โดดเด่น
เด็กๆ วัยรุ่นที่เต้นแร็ปในห้างเพื่ออยากให้คนดู
สาวๆ ที่ต้องแต่งตัวให้สวยในงานราตรีสโมสร หรืองานแต่งงานเพื่อน
ที่เหมือนกับจะแข่ง แย่งความสำคัญไปจากเจ้าสาวตัวจริง
คนเราจึงต้องจัดงานวันเกิด เพื่อให้ทุกคนมาสำคัญตนเอง
กลุ่มม๊อบที่อดอาหาร กรีดเลือดประท้วง
การร่ำเรียนสูงๆ จนได้ด๊อกเตอร์
ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาล อยากมีคนมาเยี่ยมหา
แม้กระทั่งคนรัก เราก็อยากเป็นคนสำคัญที่สุดของคนที่เรารัก
แต่นั่นเป็นหลุมพราง เป็นกับดักที่แสนเจ็บปวด ที่เราไม่รู้ตัว
ที่เราสะสมมันมาตั้งแต่เล็กจนโต
เมื่อใดที่ถูกลดความสำคัญ
เมื่อใดที่ VIP ถูกปฏิบัติเช่นเดียวกับระดับสามัญชน
เมื่อใดที่ไม่มีใครมางานวันเกิด
เมื่อใดที่คนรักไม่สนใจใยดี
เมื่อนั้นภัยพิบัติจะมาถึงตัว เพราะแพ้ภัยตนเอง แพ้กับดักที่ขุดหลุมพราง
ไว้ให้กับตนเอง โดยไม่รู้ตัว
ไม่ต้องแปลกใจกรณีที่เวลาวัยรุ่นอกหัก มักจะชกกระจกให้แตก
(พฤติกรรมเลียนแบบ MV)
เอามีดกรีดข้อมือตนเอง หรือแม้กระทั่งฆ่าตัวตาย
ล้วนเป็นกระบวนการที่เรียกร้องความสำคัญจากคนที่เราคาดหวัง
ว่าจะเห็นความสำคัญของเรามากที่สุด
ด้วยคาดหวังว่า ถ้าฉันบาดเจ็บแล้ว เธอจะสนใจฉันบ้างหรือเปล่า
เพราะคาดหวังว่า ถ้าฉันตายไป เธอจะใยดีฉันบ้างไหม
จึงเกิดประชดประชันด้วยการฆ่าตัวตาย กรีดข้อมือตนเอง
เพียงเพราะอยากให้คนที่คาดหวังมากที่สุด
เห็นความสำคัญ
VIP ถูกต้อนรับเยี่ยงสามัญชน ก็จะเดือนร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ
ว่าไม่ให้เกียรติ
พ.ต.ท.ถูกที่คนไม่รู้ เรียกว่า จ่า
ด๊อกเตอร์ โดนนักศึกษาซักถามให้จนมุม
ล้วนมีพฤติกรรมไม่พอใจ โกรธ โมโห
กระบวนการที่สะสมความสำคัญตนเองนั้น
มีมาตั้งแต่เรายังเด็กจนกระทั่งโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่
ตัวใหญ่ก็ต้องล้มดัง ตกจากที่สูงย่อมเจ็บหนัก
เมื่อสะสมมาก เรียกร้องมาก ก็ต้องเจ็บปวดมาก
เราลองเดินถอยหลัง ลดความสำคัญตนลงทีละหน่อย
อะไรก็ได้เท่าที่นึกได้ กระบวนการที่จะลดความสำคัญตนเองลงมา
จนกระทั่งเราเอง หมดความสำคัญไปในที่สุด
ไปสู่สามัญลักษณ์ในที่สุด
เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อนั้นเราเองคงเป็นอิสระจากการสำคัญตน
ภาษาธรรม เรียกกันว่าหมดความถือตัว ถือตน
ประเทศฝั่งตะวันตกให้ความสำคัญเรื่องสิทธิส่วนบุคคลมาก
เป็นพื้นฐาน เป็นวัฒนธรรมที่มีมาช้านาน
เริ่มจากไอเดียที่ว่าทุกคนเท่าเทียมกัน
แต่สาระตรงนั้น คือ จะต้องไม่สำคัญตนว่าตนเอง เหนือกว่าใคร
เราจึงเห็นว่าฝรั่งเขาให้เกียรติกันและกันมาก
แต่ประเทศเรา กลับมีเจ้าขุนมูลนายเยอะแยะเต็มไปหมด
การดิ้นรน ผลักดันให้ตนเองอยู่เหนือผู้อื่น มีอำนาจเหนือคนอื่น
จึงเร่าร้อนและรุนแรงกว่าที่ไหนๆ
มันจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย และไม่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เลย
เพราะว่ากระบวนการเหล่านี้ มันอยู่ในภาษาที่เราพูด
เราพูดกับนาย เราพูดเรียบร้อย เวอร์ชั่นหนึ่ง
เราพูดกับยาม เราก็พูดอีกแบบหนึ่ง
เราพูดกับเด็กเสริฟ เราก็พูดอีกแบบหนึ่ง
เราพูดกับท่านผู้ใหญ่ ผู้บัญชาการ เราแทบจะลิ้นสากมีแต่ขนเพราะเลียมาก
มันอยู่ในวัฒนธรรม อยู่ในคำพูด เป็นโปรแกรมจิตของคนในประเทศเรา
ที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ พอกพูนโดยไม่รู้ตัว ก่อสร้างระบบขึ้นเอง
ในขณะที่ประเทศตะวันตกมีเพียงคำว่า "You & I"
ตามคอนเซ็ปความเท่าเทียมกัน ที่ไม่ใช่ปรากฎแค่เป็นกฎหมาย
แต่อยู่ในภาษาที่เขาพูด จนเป็นอัตโนมัติเช่นกัน
หากไม่รู้เท่าทัน เราก็จะดิ้นรนไต่เต้าขึ้นไป เพื่อให้ได้รับเกียรติ
เป็น VIP เพื่อให้คนอื่นมาพูดกับเราโดยใช้ภาษาอีกระดับหนึ่ง
เมื่อดิ้นมาก ก็ไขว่คว้ามาก ทรมานมาก เพื่อให้ได้มาซึ่งเปลือกอันสวยงาม
แล้วก็เสียใจมากกับการจากไปของเปลือกเช่นกัน
มาแล้วก็ไป มาเพื่อไป
การดำรงตนเพื่อให้ตนเองมีความรู้สึกว่าสำคัญตนน้อยลง
จึงเป็นคำตอบ จึงสวนทางกับกระแสที่เชี่ยวกราก
เริ่มได้ด้วยการให้เกียรติผู้อื่นเสมอ แม้ว่าเขาจะเป็นยาม แม่บ้านทำความสะอาด
คนกวาดถนน หรือพนักงานเก็บขยะ
อ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ รู้จักพูดคำว่าขอบคุณและขอโทษ บ่อยๆ
กับทุกคนแม้ว่าเขาจะเป็นใครก็ตามจนเป็นนิสัย
นี่คือฮวงจุ้ยของใจ เมื่อเราทำจนเป็นอัตโนมัติ
ก็เท่ากับเราลดอารมณ์ที่เรารู้สึกว่าอยู่เหนือคนอื่นลงไปได้มาก
เพราะเราไม่มีวัฒนธรรมของการเท่าเทียมแบบฝรั่ง เรามีแต่เจ้าขุนมูลนาย
ยิ่งเราอยู่สูง ยิ่งอ่อนน้อมถ่อมตน ผู้คนยิ่งจะรักมาก
รวงข้าวที่อ้วนท้วนเต็มรวง ก็จะโน้มพวงลงต่ำเช่นกัน
ยิ่ง ผอ.พูดกับคนทำความสะอาดห้องน้ำ ด้วยความสุภาพ
ผอ.ก็จะยิ่งได้รับความเคารพอย่างสูงจาก พนักงานเช่นกัน
ด้วยใจจริง แต่ไม่ใช่ด้วยอำนาจ ไม่ใช่เพราะเกรงกลัว
แต่ด้วยความเคารพจากใจจริง
อารมณ์ที่สะสมไว้ตั้งแต่เด็กจนโต ว่าฉันสำคัญนั้น...น่ากลัว
เป็นที่บ่มเพาะความโกรธเกลียดชิงชัง เบื่อหน่าย รำคาญ เศร้าหมองทุกชนิด
เป็นขุมและบ่อดักความเจริญของจิตใจ เป็นที่มาของการตายแบบไร้ค่า
เป็นที่มาของความทุกข์หลากชนิด หลายแบบหลายลาย
จงค้นหาสิ่งที่อยากทำจริงๆ ทำแล้วมีความสุข ทำเพราะไม่ใช่ต้องการให้คนอื่น
มาเห็นความสำคัญ ทำแม้กระทั่งทำอยู่คนเดียวก็มีความสุข ทำเพราะไม่ใช่หวังในยศ เกียรติ
หรือเลื่อนขั้น สิ่งนี้เองจะพาเราหลบหลุมบ่อของการสำคัญตนเหนือผู้อื่น
นั่นคือการทำการงานชอบนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น