การเดินหลงทางในป่าใหญ่นั้น...น่ากลัว
หากเดินไปไม่ถูกทิศ ก็ยิ่งหลงไปเรื่อยๆ
แล้วเกิดบังเอิญ เป็นคนมีความมุ่งมั่น ขยันเข้าไปอีก
ก็ยิ่งหลงทางไปไกลอีก กว่าจะรู้ตัวก็แก่ตัวเข้าไปแล้ว
หรืออาจไม่รู้ตัวว่าหลงทางไปตลอดชีวิต
อาจมีคนมาสะกิดระหว่างทาง ว่าเฮ้ย..เราหลงทางว่ะ ก็ไม่เชื่อ
แถมด่ากลับ แล้วบอกคนที่เดินสวนทางว่า มึงยังเอาตัวไม่รอด
เพราะดันเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง เก่งเสียทุกอย่าง
เอาชนะทุกอย่างได้ ยกเว้นตนเอง
คนเราเกิดมาเคว้งคว้าง ไม่มีเข็มทิศติดตัวมาตั้งแต่เกิด
ผู้คนต่างเดินไปในทางเดียวกันบ้าง กระจัดกระจายบ้าง
เข็มที่ชี้ไปในทิศที่ถูกต้อง มักต้องสวนกระแสคนอื่นอยู่เสมอ
เพราะผู้คนทั่วโลก ต่างพากันหลงทาง
ไม่รู้ว่าสาระที่แท้จริงของการเดินทางคืออะไร
ไม่รู้ว่า ตนเองเป็นใคร มาจากไหน และจะเดินไปที่ใด
พอมีคนไปถึงที่หมายมาแล้ว กลับมาเป็นครู
ครูผู้ใหญ่คอยบอกสอนไปทิศทางที่ถูกต้อง
มีตำรา มีแผนที่พาไปยังที่หมายให้
ผู้คนกลับปั้นรูปครู เอาไปทำมาค้าขาย สรรเสริญแผนที่
แทนที่จะสนใจเนื้อหาในคำสอน สนใจในเป้าหมาย
กลับเอารูปปั้นครูมาทำมาหากินซะงั้น
บางคนเป็น expert ในด้านรูปปั้นครู รู้รายละเอียดว่ามีกี่รุ่น
เป็นระดับเซียน แต่กลับไม่เคยสนใจคำสอน สาระที่ครูทุ่มเทไปค้นพบมา
คนเราจึงสนใจเพียงแค่เปลือก ไม่เคยสนใจแก่น
สนใจแต่ว่า จะจัดงานใหญ่โตสรรเสริญครูได้อย่างไร
เพื่อให้ได้เงินมากๆ เข้าองค์กรตัวเอง
แต่ไม่คิดเผยแพร่คำสอนครูให้แก่คนหลงทางทั้งปวง
ยิ่งเดินยิ่งหลง ยิ่งวิ่งก็ยิ่งไปไกล
สิ่งที่สำคัญมากสำหรับชีวิตคนเรา คือเข็มทิศที่ถูกต้อง
วันศุกร์ที่ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น