วันศุกร์ที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ธรรมชาติเดิมของมนุษย์

จริงๆ แล้วผมไม่รู้หรอกว่าเป็นเช่นไร แต่พอสังเกตได้
เช่น เมื่อเราไปนั่งในผับ แล้วมองดูคนเต้นท่าทางแปลกๆ
พอเค้ารู้ว่าเรามอง เค้าก็จะหยุดทำ นั่นเพราะว่าเค้าอายนั่นเอง
อาจจะบ่นในใจบ้าง ไม่เป็นไร
หรือในที่สาธารณะ ถ้าเค้าทำอะไรที่มันแปลกๆ
หากเรามอง เค้าก็จะหยุด นั่นเป็นธรรมชาติที่มนุษย์อาย
นั่นคือบรรทัด หรือมาตรฐาน ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
เว้นเสียแต่ว่า มันเป็นพฤติกรรมกลุ่ม
ระยะหลัง เรามักจะเห็นกลุ่มเด็กๆ เต้นแร็ปในห้าง เปิดแผ่นซีดี เต้นโชว์
กลุ่มนี้เริ่มแผ่ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ มีสมาชิกมากขึ้นตามลำดับ
ถ้าเขาอยู่คนเดียว เขาจะไม่กล้าเต้นหรอก
จะทำได้ก็ต่อเมื่อมีเพื่อนอยู่ด้วย เหมือนเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน
ดังนั้น เราจะเห็นว่าในเธคหรือผับ จะมีแต่คนเต้นเร้งเต้นกาเต็มไปหมด
เพราะมันเป็นพฤติกรรมกลุ่ม การมีคนประเภทเดียวกันอยู่รวมกัน ก็จะมีพลังผลักดันให้กระทำ
เราอาจจะเห็นคนที่เรียบร้อย เป็นสาวนิ่งๆ สงบๆ ในตอนกลางวัน
แต่พอเข้าสถานที่กลางคืนปุ๊ป เราจะเห็นว่าเค้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
สูบบุหรี่บ้าง เต้นแปลกๆ บ้าง แต่งตัวเย้ายวนบ้าง
เหมือนเป็นที่ปลดปล่อยมารออกมาเพ่นพ่าน หลังจากที่เก็บกดไว้มานานโข
อย่างนี้นี่เอง ถึงเรียกว่าเป็นที่ อโคจร ท่านถึงให้เลี่ยง
มิเช่นนั้น เราจะถูกพฤติกรรมกลุ่มพาไป
พฤติกรรมในทางบวก ไม่จำเป็นต้องอาศัยพฤติกรรมกลุ่ม
เช่น เราเห็นคนล้ม ของหล่นเรี่ยราด เราก็อยากเข้าไปช่วยทันที
เห็นคนอื่นได้รับบาดเจ็บ เราก็จะหาทุกวิถีทางเพื่อช่วยเขา
มันเป็นพื้นฐานจิตใจเดิม ที่ทุกคนมี
ไม่ต้องอาศัยแรงเชียร์ เราก็ทำ
เราเองทุกวันนี้ กลายเป็นทาสของเวลา นาฬิกาข้อมือที่สวมใส่อยู่
จริงๆ แล้วมันไม่ได้บีบบังคับอะไรเราเลย
แต่เราถูกเร่งด้วย ปัจจัยภายนอก
การไม่หยุดช่วยเหลือคนอื่น อาจจะมีเรื่องของการยกเวลามาเป็นข้ออ้าง
ทำให้เราลืมกระทำในสิ่งที่ควรกระทำ

ไม่มีความคิดเห็น: