ชีวิตคนเรา พึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
แม้ยังไม่ได้พึ่งใคร ก็คิดจะข้องแวะหาที่พึ่งพิง
พ่อแม่ก็หวังพึ่งพาลูก แต่พอลูกโตก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวใหม่
จะหวังพึ่งแฟน เดี๋ยวก็ไปมีกิ๊ก, ไม่งั้นก็หนึตายจากไปก่อน
แล้วเรายังจะหวังพึ่งใครได้
เกิดมาโดดๆ ไม่ได้มีกุมารทองติดสอยห้อยตามมารับใช้สักหน่อย
พอเซ็งๆ ก็โทรหาเพื่อน หวังว่าเพื่อนจะช่วยคลายความเบื่อหน่าย
แต่แล้ว วันหนึ่ง เพื่อนเค้าก็มีทางไปของตน
สุดท้ายก็เหลือแค่ตัวเราเอง
ถ้าไม่เริ่มต้นหัดยืนเสียแต่วันนี้ ใครจะมาช่วยค้ำยันเราไปตลอดชาติ
กระบวนการที่จะเข้าสู่การพึ่งพิงตัวเอง
ก็หนีไม่พ้นการน้อมนำเอาความจริงของธรรมชาติมาพิจารณา
ศึกษากายใจ ให้มากขึ้น จะรู้ว่ามันน่าสนุกขนาดไหน
มากเสียกว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์โต้รุ่ง
มากกว่าการไปดูคอนเสิร์ต
เป็นภัยน้อย เป็นประโยชน์มาก
ท้ายที่สุด สิ่งที่อยู่กับตัวเรามากที่สุดคือตัวเราเอง
โดยการ
ซาบซึ้งบุญคุณอันประมาณมิได้ของครูของโลกคือพระศาสดา
ยึดมั่นในสัจจะความเป็นจริง
เคารพในผู้ปฏิบัติดี อันควรค่าแก่การยกย่อง สรรเสริญและชี้ทางสว่าง
วันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น