ผมมีที่นั่งสาธารณะ ที่มาเป็นประจำ มาเมื่อไหร่ก็ต้องมานั่งที่นี่
เรียกกันว่า ที่ประจำ
แล้ววันหนึ่ง เรามานั่ง มีคนอื่นนั่งอยู่ก่อนแล้ว
ผมหยุดนิ่งดูใจ ว่ามันเคลื่อนไหวเช่นไร
สิ่งหนึ่งที่รู้ทันที คือ การที่เรามาทุกวัน ใจเราจะผูกมัดโดยอัตโนมัติ
ว่านี่คือ ที่ของเรา ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว มันไม่ใช่
ผมมองกลับอีกด้านทันที การไปนั่งมุมอื่น
เราก็จะได้เห็นความงามของอีกมุมหนึ่ง ที่เราไม่เคยเห็น
ที่เรามัวแต่ติดใจว่า ที่เดิมนั้น มันเจ๋งที่สุดแล้ว
จริงๆ แล้ว เรามองมันไม่ถ้วนทั่ว
การใช้ของสิ่งใดไปนานๆ ก็ตาม
เรามักจะผูกใจเราไว้กับของที่เราใช้
เมื่อมันแตก หัก พัง ถึงคราวของมันแล้ว
ใจเราเอง ก็แป้วตามไปด้วย
ร่างกายนี้ก็เช่นกัน เราใช้มันมาตั้งแต่เด็ก
อดห้ามไม่ได้ที่จะคิดว่ามันเป็นของเรา แต่ความจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น
วันไหนที่เราอาจแขนหัก ขาขาด วันนั้น ทุกข์ที่สุดในโลกจะบังเกิด
แต่ถ้าวันไหนที่เราเอารถของใครก็ไม่รู้มาใช้
สมมติว่าไม่มีเจ้าของ เมื่อมันเฉี่ยว หรือชนขึ้นมา จนรถบุบ
เราจะรู้สึกไม่ใคร่จะเสียใจเท่าไหร่ เพราะเรารู้สึกว่า นั่นมันไม่ใช่รถเรา
แต่ถ้าเมื่อใดที่เป็นรถที่เรา ฟูมฟัก เก็บหอมรอบริบ
กว่าจะผ่อนไฟแนนซ์ทีละเดือนจนครบ 5 ปี
แล้วอยู่ดีๆ มีคนบ้าที่ไหนไม่รู้ ขับมาชนรถเราพังแล้วหนี
ณ เวลานั้น อารมณ์เราจะลุกเป็นไฟ อาจจะอยากกระโดดถีบมัน
เพราะเราถือว่า มันคือของเรา
ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ของทุกอย่างที่เรามี
มันจะจากไป เร็วหรือช้า ช่างมัน แต่มันไปแน่นอน 1000%
บ้าน รถ เงินทอง ของสะสม ตุ๊กตุ่นตุ๊กตา ยศนายพล
ร่างกายด้วย เดี๋ยวมันไปแน่ๆ
เราเกิดมาตัวเปล่าเล่าเปลือยอยู่แล้ว จากไปก็ตัวเปล่าเช่นกัน
แฟนสุดที่รัก ที่หมายมั่นว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชาติ
เดี๋ยวเขาก็จากเราไป หรือเราอาจไปก่อนเขา
หรือเขาอาจไปมีคนใหม่ หรือเราเสียเองที่อาจไปมีคนใหม่
ไม่มีใครเป็นของๆ ใคร แม้แต่ร่างกาย ของตนเอง
วันอังคารที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น