วันจันทร์ที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ทำทีละอย่าง

มีคนถามนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวตะวันตกคนหนึ่งถึงเคล็ดลับความสำเร็จ
เขาตอบสั้นๆ ว่า “เวลาทำอะไร ก็ทำทีละอย่าง”
ผมเริ่มเข้าใจประโยคนี้มากขึ้น
คนเราพอเดินเข้ามาในห้องปุ๊ป มักจะเปิดทีวีหรือวิทยุ โดยที่แม้จะไม่ได้ดูก็ตาม
ขอให้ได้เปิดให้มันเป็นเพื่อนไว้ก่อน อาจจะแก้เหงา
หรือตอนขับรถ จะต้องเปิดซีดี หรือวิทยุ เพื่อคิดว่ามันจะช่วยให้ไม่เซ็ง
เวลาอ่านหนังสือ ก็มักหาของมากินเล่นไปด้วย
แต่หารู้ไม่ว่า สิ่งเหล่านี้ มันจะทำให้เราคิดว่อกแว่กไปมา จิตไม่นิ่ง
เดี๋ยวดูหนังสือ เดี๋ยวดูทีวี, ขับรถไป ปากก็ร้องเพลงไปตามเครื่องเสียง
เราไม่เคยอยู่นิ่งกับการขับรถจริงๆ เสียที, ไม่เคยจดจ่ออยู่กับการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
เดี๋ยวนี้ หากผมจะอ่านหนังสือ ผมจะปิดทีวี เพื่อเป็นการบีบจิตทางอ้อม
โดยไม่ต้องเผลอไปมองทีวี หูก็ไม่ต้องฟังเสียงใดๆ
เมื่อมีความนิ่ง การจะทำอะไรก็ง่ายไปหมด
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ตาเราดูหนังสือ หูฟังทีวี ปากคุยโทรศัพท์ เคี้ยวขนมไปด้วย
หรือเวลาทำงานแล้ว ทำตัวให้ยุ่งๆ ทำโน่นนี่ พร้อมๆ กันในเวลาเดียวกัน
เราจะเหนื่อยเร็ว อ่อนล้า แล้วก็ผลผลิตไม่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น เวลากิน ก็คือกิน ไม่ใช่มาอ่านหนังสือไปด้วย
ประโยชน์ของการทำทีละอย่างมันสูงจริงๆ
จริงๆ แล้วมันคือการทำอะไรๆ แบบมีสตินั่นเอง เมื่อสติตั้งมั่นจึงเกิดเป็นสมาธิ
ในชีวิตนี้ มีน้อยครั้งที่เราจะทำแบบมีสมาธิตั้งมั่น
ในความเป็นจริงแล้ว มันง่ายมาก แต่เราไม่รู้เคล็ดมันแค่นั้นเอง
เพราะเคล็ดมันอยู่แค่สี่คำนี้เอง “ทำทีละอย่าง”
เคล็ดนี้เอง นโปเลียนมหาราช ก็นำมาใช้แต่วิธีคิดต่างกัน
(ตามหนังสือของหลวงวิจิตรวาทการ)
นโปเลียนจะคิดว่าสมองตนเองแบ่งเป็นเหมือนลิ้นชักหลายๆ ลิ้น
เวลาคิดเรื่องงาน ก็จะดึงลิ้นชักการทำงานออกมา
เวลาคิดเรื่องคนรัก ก็จะปิดลิ้นชักอื่น แล้วดึงลิ้นชักคนรักออกมา
โดยแต่ละเรื่องไม่มาสับสนปนเปกัน
สาระของเรื่อง จึงอยู่ที่การมีสมาธิอยู่กับสิ่งที่ทำจนเป็นปกตินิสัย
จะก่อให้เกิดพลังมหาศาลโดยที่แม้เจ้าตัวเองก็อาจจะไม่รู้
เหมือนเราอ่านนิยายแบบเพลินๆ มันปาเข้าไปตั้งสี่ชั่วโมง
หรือดูหนังชุดที่มันสนุกสุดๆ ดูกันโต้รุ่ง หมดแผ่นก็อดไม่ได้ที่จะต้องต่อแผ่นต่อไป
ไม่หิว ไม่ง่วง ไม่ซึม แต่นิ่ง นั่นเป็นพลังของสมาธิ

ไม่มีความคิดเห็น: