วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

แค่ภายนอก

เราจะตัดสินคนจากภายนอกที่ได้เห็นได้หรือไม่ ?
ผมตอบว่าได้ ในระดับแรก นั่นคือการสืบสวน
และประสบการณ์จากการทำงานตำรวจ
อาจจะบอกได้ว่าไม่เกินสิบปีย้อนหลังเขามีวิธีคิดอย่างไร
อย่าลืมว่า สิ่งที่สะท้อนออกมาภายนอก นั้นมาจากภายใน
ข้างในเป็นอย่างไร ข้างนอกจึงเป็นอย่างนั้น
แต่ไม่ได้หมายความว่า การแต่งกายดี จะบ่งบอกว่าเป็นคนดี
แต่นั่นสื่อถึงวิธีการคิด
การแต่งกาย ท่ายืน เดิน นั่ง นอน ความนิ่ง การสูบบุหรี่ แววตา
การพูด หากยิ่งได้คุยก็จะยิ่งรู้จักเขามากขึ้น
ทั้งหมดที่ปรากฏ ล้วนแล้วแต่มีที่มา
แต่เรานำมาประมวล นำมารวมๆ กันแล้วค่อยวิเคราะห์
เพราะฉะนั้นแล้ว คนที่เป็นตำรวจสืบสวนมานานๆ นับสิบปี
หลายคนจะมีความรู้สึกหรือมีเซนส์ว่า คนนี้น่าสงสัยหรือไม่
ถึงแม้ว่า จะอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก
ก็จำแนกคนๆ นี้ออกจากบุคคลอื่นได้
ทุกอย่างที่ปรากฏล้วนแล้วแต่มีความหมาย
หากเป็นจิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา แค่มองสายตา
กับท่าทางก็จะบอกได้ว่าคนที่อยู่ต่อหน้าโกหกหรือไม่
การเกาหัว ก็จะบอกเหตุผลบางอย่างว่าทำไมเขาถึงเกาหัว
การเคี้ยวหมากฝรั่งก็บ่งบอกบุคคลิกบางอย่าง
ซินแส ที่ดูโหงวเฮ้ง จึงดูคนแต่ภายนอกอย่างแท้จริง
ดูแต่รูปใบหน้า วิเคราะห์หน้าตา ก็รู้ว่าคนๆ นี้เป็นคนอย่างไร
เป็นที่ฮือฮากันว่า บริษัทซีพี รับพนักงานโดยการดูโหงวเฮ้ง
การเรียนได้เกรดเอทุกตัว จึงไม่ใช่เครื่องตัดสินว่าจะเหมาะกับ
งานในตำแหน่งหรือไม่
เรื่องของ IQ จึงไม่ใช่สาระสำคัญอีกต่อไป
ความเก่งกาจ เรียนเก่ง จึงไม่ใช่เป้าหมาย
ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) จึงเป็นเรื่องที่สนใจมากกว่า IQ
เพราะคนเราต้องสัมพันธ์กันกับสภาพแวดล้อมและผู้คน
มากเกินกว่าการหมกมุ่นอยู่กับเครื่องมือ เครื่องจักร ตัวเลข
อย่างใดอย่างหนึ่ง
จึงมีศาสตร์อยู่อย่างหนึ่งเกี่ยวกับอาชญากร
ชื่อว่าอาชญาวิทยา หนึ่งในวิชานั้น
เอาหลักสถิติมาวิเคราะห์หน้าตาของนักโทษ
แล้วเชื่อมโยงคดีที่เขากระทำผิด ว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร
โฉมหน้าของกลุ่มเสี่ยงใด มีโอกาสก่ออาชญากรรม
คนญี่ปุ่น แต่งกายอย่างหนึ่ง คนไทยแต่งกายอย่างหนึ่ง
คนเกาหลีก็อีกแบบ ฝรั่งก็อีกแบบ การแต่งกายจึงเป็นพื้นฐาน
ที่คนเรามองกันภายนอกก็พอจะรู้ว่า เขามีวิธีคิดอย่างไร
เขาให้ความสนใจสิ่งใดกับร่างกายของเขา
เขาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากกว่าความงามของอาภรณ์หรือไม่
ภูมิอากาศ ภูมิประเทศ ระดับความสูงน้ำทะเล ประเพณีวัฒนธรรม
ศาสนา ความเชื่อ ทำให้การแต่งกายเขาแตกต่างออกไป
สิ่งนี้จะบอกว่า เขามีวิธีคิดอย่างไร รูปแบบการดำเนินชีวิตจะเป็นเช่นไร
เชอร์ล็อคโฮมตอนพบวัตสันครั้งแรกโดยยังไม่ได้พูดคุย
ก็บอกได้ว่าเขามาจากไหน เป็นคนอย่างไร
สรรพสิ่งมีความหมายในตัวเอง เพียงแต่เราให้ความสนใจ
เราก็จะพบความหมายที่ซ่อนอยู่ บางครั้งก็โจ่งแจ้ง
บางครั้งก็ผลุบๆ โผล่ๆ บางครั้งก็คาดไม่ถึง
รู้หน้าไม่รู้ใจ
การใส่ทองเส้นโตๆ ห้อยจตุคามรอบคอ
การใส่แหวนรอบนิ้ว การใส่เสื้อผ้าที่โชว์ยี่ห้อตัวโตๆ
การเล่นกล้ามเพื่ออวดกล้ามเนื้อแขนโตๆ เป็นมัดๆ
มันมีความหมายในตัวเองทั้งหมด
การสูบบุหรี่ ในที่สาธารณะ ก็บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างถึงกึ๋น
ไม่ได้เข้าถึงสาระอันแท้จริงของการสูบบุหรี่
เขาไม่ได้สนใจว่าคนไม่สูบอีกหลายคนจะเดือดร้อน
จากการที่เขาเสพสุขสูบอยู่เพียงคนเดียว
เราตัดสินเขาได้เพียงแค่บางส่วนที่มีแนวโน้ม
เป็นเหตุเป็นผล
พนักงานในห้างสรรพสินค้าจึงมองคนแค่การแต่งกายภายนอก
เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเอาใจ บริการลูกค้าคนนั้นอย่างเต็มที่หรือไม่
อย่าโทษพนักงาน แต่ลองมองดูตนเอง ว่าสมควรที่เขาจะให้เกียรติเราหรือไม่
มีดาราสาวทำการทดลองเรื่องการแต่งกาย ว่าพนักงานขายจะบริการเขาอย่างไร
วันหนึ่งเขาแต่งกายเป็นสาวไร่อ้อยเดินไปห้างฯ ดัง
กับอีกวันหนึ่ง แต่งกายเป็นคุณหนู เดินไปที่ห้างฯ เดียวกัน
เขาได้รับคำตอบตามสมมติฐานอยู่แล้ว ไม่ต้องไปโทษพนักงานขายหรอก
ที่เขาจะบริการไม่ดี บริการแตกต่างกัน
สังคมกล่อมเกลาให้เขาเป็นแบบนั้น ในโลกทุนนิยมที่เงินเป็นใหญ่
คนบูชาเงิน คนก็ต้องบูชาคนที่มีเงินหนาด้วย

ไม่มีความคิดเห็น: