การสูบบุหรี่ ก่อให้เกิดสมาธิอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เป็นการพึ่งพิงสิ่งภายนอก สิ้นเปลืองมากและเป็นโทษมาก
เมื่อมีการรณรงค์ให้เคี้ยวหมากฝรั่งแทนการสูบบุหรี่
ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่
ตามเธคยังอบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่เต็มไปหมด
ผมเห็นคนที่อยู่ในสถานการณ์ที่เครียดต่างๆ เคี้ยวหมากฝรั่ง
ทหารที่ออกรบ, เจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด เคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อคลายความตึงเครียด
ผมมองว่า จริงๆ แล้วร่างกายใช้สมองส่วนหนึ่ง
ในการบังคับให้ปากเคี้ยวหมากฝรั่งอยู่ แล้วจะนิ่งได้อย่างไร
ก็มาคิดดูดีๆ แล้ว เมื่อเริ่มต้นเคี้ยวอาจจะมีการสั่งการให้เคี้ยว
แต่เมื่อเคี้ยวไปสักพัก ก็จะเป็นเรื่องความอัตโนมัติของปาก
ที่จะเคี้ยวไปเรื่อยๆ โดยที่สมองไม่ต้องสั่งการ
เป็นการติด และเคยชิน เพื่อให้จิตจดจ่ออยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
โดยไม่มีสิ่งว่อกแว่กที่นอกจากการเคี้ยว
ฉันใดก็ฉันนั้น การกำหนดจิตอยู่ที่ลมหายใจ
ก็เป็นเหมือนการเคี้ยวหมากฝรั่ง เมื่อใจจะกระโดดไปที่ใด
ก็จะกระโดดไปได้ในวงแคบๆ ไม่เพ้อเจ้อ ฟุ้งซ่านมากมายนัก
เพราะมีที่รองรับ มีที่พักของใจ อยู่ที่ลมหายใจ
หากเคี้ยวหมากฝรั่ง จิตก็มีที่พักอยู่ที่ปาก
ศัพท์ทางเทคนิค เรียกว่า “เครื่องอยู่”
จิตคนเรา จึงต้องมีเครื่องอยู่ ไม่ว่าจะตั้งไว้ที่ใดก็ตาม
ขอให้มีเครื่องอยู่ เป็นที่พักของจิต เมื่อว่อกแว่กออกไป
เสร็จแล้วก็กลับมาพักนิ่งอยู่ที่เดิม แกว่งในวงแคบๆ
เช่นนี้ จะก่อให้เกิดสมาธิมาก
การเคี้ยวหมากฝรั่ง ก็เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง
ที่จะก่อให้เกิดสมาธิ แต่อย่าลืมว่ามันมีโทษด้วย
เมื่อใดที่ร่างกายเคี้ยวอะไรก็ตาม ธรรมชาติร่างกายจะหลั่งน้ำย่อย
ออกมารอในกระเพาะอาหาร ถ้าไม่มีอาหารตกมาถึงท้อง
น้ำย่อยก็จะกัดกระเพาะ ใครที่น้ำย่อยเป็นกรดสูง
ก็มีโอกาสเป็นโรคกระเพาะได้
หากเราเคี้ยวหมากฝรั่งไปนานๆ ลองสังเกตดูว่าจะรู้สึกหิว
ในทางตรงกันข้าม หากเราไม่หิวแล้วอยากให้ร่างกายหิว
เพื่อที่จะกินข้าวได้อย่างไม่ฝืนมากนัก
ก็ลองเคี้ยวหมากฝรั่งดู ผมทำการทดลองเรื่องนี้ซ้ำซากหลายครั้งแล้ว
ได้ผลมาโดยตลอด
วันศุกร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น