วันเสาร์ที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

¾ ของชีวิตคนเรา

“สามในสี่ของชีวิตคนเรา สูญเสียไปกับการมีเมีย”
ผมเจอประโยคนี้ บนรถยนต์คนหนึ่ง
ผมเข้าใจทันทีว่า เจ้าของรถคันนี้ ค้นพบสัจจธรรมตามธรรมชาติ
เขาตื่น และรู้ตัว เขาอาจพบเป้าหมายในชีวิต แต่เขาถูกห่วงโซ่
รัดตัวเองไว้ รู้ตัวเมื่อสายไปเสียแล้ว แต่ก็ไม่ได้สายจนเกินไป
ยังดีเสียอีก ที่เขารู้ตัวเอง และประกาศสัจจธรรมที่ค้นพบ
ให้คนอื่นรู้ไปด้วย ผมว่าเขาทำบุญไปด้วยอย่างหนึ่ง
เหมือนรถโฆษณาที่วิ่งไปเรื่อยๆ กระตุ้นให้คนทราบข้อมูล
แล้วแต่ว่าคนที่ทราบข้อมูลนั้น จะนำข้อมูลไปทำอะไร
แต่กรณีของเขาเป็นการประกาศสัจจธรรม ที่ค้นพบ
ผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่อ่าน เข้าใจสัจจธรรมข้อนี้ในทันที
ผมลองนำประโยคนี้ไปพูดให้เพื่อนๆ ฟัง
แต่ละคนตาสว่างในทันที เหมือนเป็นคำวิเศษที่คนได้ฟัง
ฟังแล้วตื่น และฉุกคิดขึ้นมาในบัดดล
แต่คนเราก็พร้อมที่จะสูญเสียเวลานั้นไป
ทุกคนยอมรับว่าในแต่ละวันเวลาหายไปกับการครองคู่
เมื่อมีลูกแล้ว ก็ต้องเสียเวลา วุ่นวายไปอย่างน้อย 20 ปี
กว่าลูกจะเรียนจบ บางคนเรียนจบยังขอเงินแม่ใช้อยู่
วุ่นวายกับชีวิตประจำวัน แก้ปัญหาที่สร้างขึ้นสารพัน
เวลาหายไปกับการแต่งกายให้ดูดีเพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม
เวลาหายไปกับการฝึกฝนทำอะไรโชว์หญิง เพื่อให้เขาสนใจ
เมื่อได้เธอมาแล้ว ก็ต้องเป็นภาระรับผิดชอบไปตลอดชีวิต
ชีวิตวุ่นวาย จนไม่มีเวลาคิดว่า คนเราเกิดมาทำอะไรกันแน่
ไม่มีโอกาสค้นหาตนเอง อยู่กับตนเอง
ยิ่งต้องอยู่กับสังคมภายนอก ที่วัตถุเป็นใหญ่
แสวงหาความสุข พึ่งพิงสิ่งภายนอก
โดยทอดทิ้งสิ่งภายใน ไม่เคยเหลียวแลดูตนเอง
ปรนเปรออารมณ์สนองความใคร่ของตนเอง
แต่คนเรา ก็ยังยินดีที่จะเสียเวลาไปกับเรื่องเหล่านี้
เพราะคิดว่า เรื่องเช่นนี้ เป็นเป้าหมายของชีวิต
ตามละครไทย ที่ชีวิตพระเอกนางเอกลงเอยด้วยการแต่งงาน


ไม่มีความคิดเห็น: