การอยากได้ของผู้อื่น วัดได้จากความโลภเรานี่เอง
ผมไปซื้อกล้อง เห็นเขาแถมโน่นแถมนี่
พอตอนตรวจรับของ ผมอำพนักงาน(ด้วยความเคยชิน)ว่าแถมขาตั้งกล้องด้วย
พนักงานสะดุดนิดหนึ่ง ก็ทำหน้าเหรอหรา แต่ก็ยังเอาของมาให้ผมโดยไม่ทักท้วง
ใจแรกนั้นผมดีใจ เพราะว่าอำได้ เอาชนะได้ แถมได้ของมาฟรีๆ
ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลง
ผมชั่งใจอยู่นาน ว่าจริงๆ แล้วเราอยากได้ขาตั้งกล้องจริงๆ เหรอ
ต่อสู้อยู่กับความโลภพอสมควร จนจิตใจขุ่นมัว
ตอนเก็บของ ผมตัดสินใจบอกเขาว่า จริงๆ แล้วผมอำนะ
ถ้าผมเอาของไปด้วยผมจะไม่สบายใจไปตลอดทุกครั้งที่เห็นมัน
เพราะเราได้มันมาโดยไม่สุจริต เพราะหลอก, ปิดบังอำพราง
มันก็จะคอยหลอกหลอนอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เป็นเรื่องความภาคภูมิใจอีกต่อไป
ผมพร้อมที่จะคืนให้เขา มากกว่าที่จะไม่สบายใจไปตลอดกาล
พนักงานรับทราบแล้ว กลับบอกผมว่า เอาไปเถอะพี่
พอผมเอามา มันก็ไม่ได้ใช้จริงๆ มาดูราคาที่เขาขายกัน มันก็มีราคาดีอยู่
แต่เราไม่ได้ใช้ ขณะนี้มันมีค่าเท่ากับผมเพิ่มขยะเข้ามาในบ้านอีกชิ้นหนึ่ง
การจะเพิ่ม หรือสะสมอะไรเข้ามา ขอให้ถามตนเองให้ดีก่อนว่า
จริงๆ แล้ว เราต้องการมันจริงๆ หรือไม่ ไม่ใช่เห็นว่าฟรี เอาไว้ก่อน
พึงคำนึงว่า ของฟรี มันไม่มีจริงๆ ในโลก
มันอาศัยการตอบแทนไม่อย่างใด ก็อย่างหนึ่ง
วันจันทร์ที่ ๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น