โดยพื้นฐานแล้วทุกคนรู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี แต่ทำไมเหล้าขายได้มากขึ้นๆ ทุกวี่วัน
สถิตินี้ บ่งบอกอะไรบางอย่าง ที่น่าสะพรึงกลัว
ผมเคยอยู่ในวังวนของมันระยะหนึ่ง แม้รู้ทั้งรู้ว่า มันไม่ดี
แต่เพราะคิดว่ามันทำให้เราคลายเคลียด สนุก คุยกับเพื่อนได้ถึงกึ๋น
ไม่มีความลับต่อกัน สนิทกันมากขึ้น หัวเราะมากขึ้น ใจกล้ามากขึ้น
จีบสาวง่ายขึ้น แล้ววันหนึ่งก็พบว่าโทษของมันนั้น มหันต์
พบว่า เมื่อเรากินเหล้า อยู่ร่วมกับคนกินเหล้า มันก็สนุกครื้นเครงไปด้วย
เพราะนั่นเป็นคนประเภทเดียวกัน ระดับจิตเท่าเทียมกัน จึงไปกันได้
แต่หากเราไม่กินเหล้า แล้วลองนั่งอยู่ร่วมกลุ่มคนกินเหล้า
เราจะรู้สึกทันทีว่า พวกนี้เป็นตัวประหลาด
แล้วเรา ก็ประหลาดที่ไปนั่งร่วมกลุ่มเขา
ธรรมชาติ จะคัดแยกเราออกมาจากกลุ่มนั้นโดยอัตโนมัติ
เหมือนก้อนหินขนาดต่างๆ ในแม่น้ำที่มีการคัดแยกโดยอัตโนมัติ
หินก้อนเล็ก ก้อนใหญ่ แบ่งกันอยู่ ทรายก็อยู่ส่วนทราย
เค้าก็จะสงสารเรา ว่าเราช่างโง่เสียนี่กะไรที่ไม่รู้จักทำตัวให้มีความสุข
เราเองก็จะมองเค้าว่า เค้าช่างน่าสงสารเสียเหลือเกิน
ที่ไม่ตระหนักถึงโทษของมัน
ผมพบว่าวันไหน หากกินเหล้า ความสามารถในการคิด
การเคลื่อนไหว ศักกายภาพจะลดลงตามระดับความเมา
หากเป็นเครื่องยนต์ก็เป็นแบบเครื่องยนต์ติดขัด
ทำงานได้ช้าลง นั่นหมายถึงเราเซ็ตสมองและร่างกายไว้ให้
ตั้งอยู่ในความประมาท เผลอเรอง่าย อันตรายก็มาถึงง่ายเช่นกัน
หากคืนไหนเมา เราจะเสียช่วงเวลากลางวันของอีกวัน ไปทั้งวัน
เพื่อรักษา ฟื้นฟูสภาพตนเองให้กลับเป็นปกติ
ไม่ว่าจะกินเหล้ายี่ห้อแพงปานใด
นั่นหมายถึงเวลาที่สูญเสียไป หายไปอย่างไร้ความหมาย ไร้คุณค่า
จริงๆ แล้ว การตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่ผ่านไป
จะช่วยให้เราคิดได้ว่า เวลาที่เสียไปโดยใช่เหตุนั้น น่าเสียดายไม่น้อย
เมื่อใดที่เรารู้คุณค่าของเวลา เราจะหยุดกินเหล้าโดยอัตโนมัติ
นอนน้อยลง หยุดทำในสิ่งที่เป็นสาระน้อย
ขยันทำในสิ่งที่เป็นสาระมาก เพื่อให้เวลาที่มีสติ มีมากขึ้นในแต่ละวัน
เรารู้ว่าอดีตเป็นเช่นไร แต่ไม่รู้ว่าเวลาอันใกล้นี้ เราจะตายหรือเปล่า
พรุ่งนี้กับชาติหน้า ไม่รู้ว่าอย่างไหนจะมาถึงก่อนกัน
การทะเลาะกันเพราะเมาเหล้า รถชนกันตายเพราะเมาแล้วขับ
ไม่มีใครสรรเสริญ ตรงกันข้ามกลับจะสมน้ำหน้าเอาด้วยซ้ำ
เอาชีวิตไปสู้ข้าศึกที่ภาคใต้ ดูจะมีเกียรติมากกว่าจนเทียบกันไม่ติด
ดังนั้น หากจะกินเหล้าเมื่อใด ก็ลองนึกถึงพี่น้องทหารตำรวจที่กำลังสู้กับศรัตรู
ที่มองไม่เห็น ที่สามจังหวัดภาคใต้
เขาตายเพื่อให้เราอยู่ แล้วเราจะมาสนุกกันได้อย่างไร
ผมเคยศึกษามาว่าจิตคนที่ตายตอนเมานั้น
หากยังมีวาสนาอยู่ ก็จะมีโอกาสเกิดเป็นคน
แต่สมอง สติไม่ครบ นั่นหมายถึงปัญญาอ่อน
เพราะขณะที่ตายนั้น ไม่ได้สติ เบลอๆ การเกิดใหม่ก็เบลอไปด้วย
ผมเสียดายโกวเล้ง ที่กลายเป็นคนติดเหล้า อาศัยเหล้าเป็นสรณะ
ยอมตายเพื่อเหล้า ทั้งที่ชีวิตของโกวเล้งนั้น เวลาทุกขณะมีคุณค่ามาก
แต่ในอีกแง่หนึ่ง หากเขาไม่เมา เขาก็คงไม่อาจสร้างผลงานใหญ่โตได้เหมือนกัน
แต่แล้วเค้าก็แพ้ใจตัวเอง ที่ยอมตายเพื่อให้ได้กินเหล้า
ไม่กลัวแม้กระทั่งความตายจะมายืนรออยู่ตรงหน้า หากหยิบขวดเหล้าขึ้นมา
จะเรียกว่าใจกล้า หรือเรียกว่าแพ้ใจตัวเองดี
หากในสมรภูมิรบ ก็คงน่าสรรเสริญ เพราะเป็นวีรกรรมการตายชาติ
เพื่อส่วนรวม เพื่อคนอื่น ไม่ใช่เพราะห้ามใจตนเองไม่อยู่
การตายของโกวเล้ง มีคนเข้าใจผิดหลงสรรเสริญอยู่มาก
แม้กระทั่งอาจารย์ผมเอง หลงว่าเป็นวีรกรรม ที่แม้รู้ว่าต้องตาย
ก็ยอมทำเพื่อทำในสิ่งที่ตนเองรัก ตายเพื่อในสิ่งที่ตนรัก
ตอนนี้โกวเล้งอาจเกิดเป็นคนปัญญาอ่อนอยู่แถวใดไม่ทราบได้
กฎของเหล้า นำมาใช้ประโยชน์ในทาง Inverse ได้
ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้า มีคนอยู่ประมาณห้าหกจำพวกที่เก็บความลับไว้ไม่ได้
หนึ่งในนั้นคือคนเมา ดังนั้น หากต้องการความลับใดๆ ก็จงเอาความเมาเข้าล่อ
เราก็จะได้ความลับนั้นมา
ด้วยความเป็นบริษัทขายเหล้า ภาพพจน์เป็นมารอยู่แล้ว
ดังนั้นการโฆษณาต่างๆ ของบริษัทเหล้า จึงพยายามทำตัวให้เป็นพระเอก
ดูดี เท่ห์ เสียสละ มีน้ำใจ บริจาคสิ่งของช่วยเหลือคนจน
การที่รัฐบาลเอาเงินจากการทำหวย มาส่งนักเรียนเป็นทุนการศึกษานั้นก็เช่นกัน
การเอาความดี มาผูกกับความชั่ว นั้น เป็นเหตุให้คนหลงทาง
เมื่อคนหลงทาง ก็จะไม่รู้ว่าอะไรถูกผิด อะไรชั่วดี
วันอาทิตย์ที่ ๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น