ระยะหลังผมมักพูดถึงเรื่องกฎธรรมชาติ สาระความจริงแท้ของชีวิตมากขึ้น
เมื่อมีโอกาสจะคอยบอก คอยสะกิด คอยเตือนว่าอันไหนไม่ดี อันไหนควรทำ
อะไรที่จะพาเราตกไปสู่สิ่งที่ชั่ว
พรรคพวกที่รู้จักกันมานาน คนไหนรับได้ก็รับไป
คนไหนรับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ผมไม่ทุกข์ร้อน ว่าเค้าไม่ฟัง
เราเองต่างหาก ที่บารมีไม่พอจะให้ใครมาเชื่อฟังได้ทุกอย่าง
แม้ว่าสิ่งที่เรานำเสนอ จะมีเหตุผลเพียงใด
เมื่อก่อนผมเคยเฉยๆ กับการที่พรรคพวกทำผิด ดีไม่ดีอาจยุยงส่งเสริมด้วยซ้ำไป
เพราะความเมามัน ไม่รู้ตัว เผลอไผล ตามกระแส ค่านิยม
แต่ ณ วันนี้ ผมเปลี่ยนไป หากพรรคพวกเพื่อนฝูงเริ่มคิดและจะทำในสิ่งไม่ดี
ผมจะคอยทัก เผื่อเขาจะฟังบ้าง ธรรมดาจิ้งจกทักยังต้องฟัง
หากผมไม่ทักเขาเสียอีก ผมจะรู้สึกผิด ละอายแก่ใจ
ที่มีโอกาสตักเตือน บอกกล่าว แล้วไม่ทำ ทั้งๆ ที่ทำได้
คนที่ดักดานอยู่ก็จะบอกว่า อย่าเสือกเรื่องของกู ก็ไม่เป็นไร
แม้กระทั่งคนที่มีสติสัมปัชชัญญะมาทักเขายังไม่ฟัง
จะประสาอะไรกับจิ้งจกร้อง
เหมือนกับยื่นแก้วให้ลิง ไก่ได้พลอย ก็ไม่มีค่าอันใดสำหรับเขาอยู่แล้ว
ต้องรอจนลิงและไก่เกิดใหม่เป็นคน จึงรู้ว่าแก้วและพลอยเป็นของมีค่า
ยุคนี้ คนตกเป็นทาสระบบทุนนิยมจนเคยตัว
บูชาเงิน ฟุ้งเฟ้อ ชอบอะไรที่สำเร็จรูป เห็นเงินเป็นใหญ่
คิดจะหาเงินท่าเดียว ไม่คำนึงถึงจริยธรรม ความถูกต้อง
โดยอ้างเหตุผลว่า ใครๆ ก็ทำ เราไม่ทำก็โง่
การสะกิดคนใกล้ตัว การตักเตือนเพื่อนฝูง ได้ชื่อว่ายากแล้ว
เพราะเห็นกำพืดกันมาแต่ไหนแต่ไร
แต่การตักเตือนนาย คนอาวุโส สิยากกว่า
เพราะความเชื่อมั่นเขาสูง หยิ่งทะนง คิดว่าตนเองทำมาถูกต้อง
คิดว่าฉลาดแล้ว
ผมเห็นแล้วก็ได้แต่นึกสงสารที่เขาเป็นเอามาก หลงทางไปไกล
ฉุดไม่อยู่ คิดว่าเกิดมาหนเดียว ตายหนเดียว เป็นไงเป็นกัน
แต่ผมก็ไม่ละความพยายามที่จะสอดแทรก สิ่งที่จะสะกิดเขาได้บ้าง
สัตว์ป่าคนยังเอามาสอนให้เชื่องได้ ประสาอะไรนี่คนชัดๆ
เราไม่รู้วิธีเองต่างหาก
ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า คนเรายิ่งโตขึ้น ความอยากต่างๆ มันก็โตขึ้นด้วย
เราอยากจะกินอาหารที่มันแปลกขึ้นเรื่อยๆ อร่อยมากขึ้นเรื่อยๆ
เราจะอยากได้เสื้อผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ตัวไหนสวยเราก็จะกอบโกยมากขึ้น
เมื่อมีรถโตโยต้าแล้ว เราก็อยากได้เบนซ์ เมื่ออยู่ในตำแหน่งหนึ่ง ก็อยากได้สูงขึ้นไปอีก
ยิ่งโต ยิ่งสูง อำนาจมาก ความอยากก็จะมากขึ้นตาม
เราจึงอยากได้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสนองความอยากตัวเอง
เงินจึงเป็นรูปแบบของอำนาจอย่างหนึ่ง
เมื่อคนมีอำนาจมาก ก็ย่อมหวงอำนาจนั้น ดิ้นรนหาให้ได้มาไม่เคยพอ
กรุงโรมก็ไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว เราจะพูดไม่กี่ครั้งให้คนมาสนใจ
เรื่องที่เราสนใจได้อย่างไร ในเมื่อคนเรา ติดในอำนาจวาสนา บารมีอยู่
จะรู้ว่ามันไม่มีอยู่จริงก็ตอนเกษียณอายุราชการ กระนั้นคนเราก็ยังดิ้นรน
หารูปแบบของอำนาจใหม่ ลงสมัคร สว.บ้าง เล่นการเมืองต่างๆ บ้าง
เพราะยังรับไม่ได้กับการหลุดจากอำนาจ เขาเป็นบุคคลน่าสงสาร ก็ไม่เป็นไร
ส่วนเราก็ตั้งหน้าตั้งตา สีซอ ต่อไป
วันจันทร์ที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

1 ความคิดเห็น:
Some of us are like ink and some like paper.And if it were not for the blackness of some of us, some of us would be dumb; And if it were not for the whiteness of some of us, some of us would be blind.
แสดงความคิดเห็น