วันพฤหัสบดีที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

อีกครั้งกับห้างสรรพสินค้า

ห้างสรรพสินค้านั้น เป็นยิ่งกว่าตลาด เป็นแหล่งรวมของความฟุ้งเฟ้อนานัปประการ
มีรังสีของการแข่งขัน แก่งแย่ง โอ้อวด อยากได้ หลอกลวง ลวงล่อ เต็มไปหมด
เต็มไปด้วยกับดักและหลุมพราง เอาเหยื่อล่อเพื่อให้เราติดเบ็ด
คนเราถ้าจิตไม่แข็งพอ แล้วไปเดินห้างฯ เล่นสักพัก เดี๋ยวก็กลายเป็นเหยื่อ
ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากซื้ออะไร แต่เดี๋ยวก็จะอยากซื้อนั่นซื้อนี่เอง เพราะเอาการลดราคามาล่อ
ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ได้ลดอะไรเลย เพียงแต่เอากำไรน้อยลง
ผมเคยศึกษามาว่าเสื้อผ้ามียี่ห้อต่างๆ ถึงแม้จะลดราคาสัก 70-80% ก็ไม่ขาดทุน
ถามว่าแล้วราคาขายเดิมมันคืออะไร มันคือราคาของอะไร
เดินผ่านร้านอาหาร ก็จะเกิดความอยาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้หิว แต่เป็นความอยากกิน
ความหิว กับความอยาก นั้นต่างกันลิบลับ
สาวๆ หนุ่มๆ แข่งกันแต่งตัวเพื่ออวด เพื่อดึงดูดฝ่ายตรงข้าม
แม้เพียงสายตาชำเลืองก็ดีใจ สมราคากับการแต่งตัว
เป็นที่หลบร้อนของคนไม่มีที่จะไป ไปอาศัยแช่แอร์ที่เชื่อว่าฟรี
แต่จริงๆ แล้วโลกนี้ ไม่มีอะไรฟรี เดี๋ยวก็ต้องควักกระเป๋าตังค์จ่าย
ไม่อย่างใด ก็อย่างหนึ่ง ไม่รูปแบบใดก็รูปแบบหนึ่ง ไม่วันนี้ก็วันหน้า
เป็นที่ออกกำลังกายฟิตเนส ของคนที่ไม่รู้คุณค่าอากาศตามธรรมชาติ
โดยไม่ต้องเสียเงินใดๆ เป็นค่าสมาชิก
การวิ่งอยู่บนเครื่องลู่วิ่งในตู้กระจก ดูน่าสังเวชไม่ต่างกับปลาในตู้
ให้คนผ่านไปมาชำเลืองมอง คิดว่าเท่ห์ เก๋ ทันสมัย ดูดี อินเทรนด์
รักสุขภาพ ใส่ใจสุขภาพ แต่หารู้ไม่ว่า อากาศจากเครื่องแอร์นั้น
จะไปซ้ำเติมสุขภาพมากน้อยแค่ไหน
ความเป็นสังคมเมือง ต้องการความทันสมัย ด่วน สะดวกรวดเร็ว
ใช้ชีวิตเป็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เติมน้ำร้อนแล้วกินได้เลย
ต่างพากันดิ้นรน เพื่อสนองในสิ่งที่ตนเองดิ้นรนด้วยเชื่อว่าจะนำความสุขมาให้
แล้วก็ดิ้นรนกันไปตลอดชีวิต โดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง
นี่เป็นอันตรายของโลกทุนนิยม เอาเงินนำหน้า บูชาเงิน

ไม่มีความคิดเห็น: