เพื่อนผมเข้าโรงพยาบาล เป็นโรคอันตรายแต่รักษาได้ ต้องอยู่โรงพยาบาลนาน
เห็นบ่นว่าเซ็ง น่าเบื่อ วันๆ อยู่แต่บนเตียง ไปไหนไม่ได้
ผมเคยเข้าโรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์ สองสามวันแรกทรมานมาก
เพราะอยากออกไปโน่นไปนี่ อยากดูทีวี ดูสิ่งที่เราเสพติดภายนอกจนเคยชิน
และที่สำคัญคือ ไม่รู้ตัว จนถึงวันที่สี่นู่นแหละ ผมถึงรู้สึกว่า
การเข้าไปนอนโรงพยาบาล มีความสุขจริงๆ
เรามีโอกาสที่จะได้อยู่กับตนเองเต็มที่ ไม่ต้องทำงาน ไม่ต้องคิดเรื่องงาน
ได้หยุดจากสรรพสิ่งทั้งปวง ได้คิดพิจารณาย้อนหลัง หยุดการพึ่งพิงสิ่งภายนอก
(โดยการบังคับ หลีกเลี่ยงไม่ได้)
เราแอบไปติดการเปิดดูทีวี ว่างเมื่อไหร่ก็เปิดมันอยู่นั่นแหละ
แต่พอถึงเวลาที่ไม่มีมันจริงๆ แล้ว เราก็อยู่ได้ ไม่เป็นทาสมัน
ไม่ต้องคอยติดตามรายการนู่นนี่
เพราะคนคิดว่าชีวิตนี้มันน่าเบื่อ เหงา เซ็ง การมีทีวีจะช่วยทำให้ไม่น่าเบื่อ
แก้เซ็งได้ บ้านเกือบทุกหลังจึงมีทีวีอย่างน้อยหนึ่งเครื่องเป็นต้นไป
เราจึงเห็นคนที่ทำงานประเภทฆ่าเวลา เช่น รปภ., พนักงานต่างๆ ที่ทำงานเป็นกะ
มีทีวีอยู่ต่อหน้า เฝ้าติดตามหน้าจอ แม้แต่สถานที่สำคัญอย่าง รปภ.สนามบิน
ตัว รปภ.เอง ก็มัวแต่บำบัดตัวเองไม่ให้เซ็งในการเข้าเวร
ดูแต่ทีวี จึงไม่สนใจงานในหน้าที่ ที่จะระวังป้องกันเหตุร้าย
การค้นไม่พบว่า งานที่ทำนั้นมันน่าสนใจอย่างไร เป็นสิ่งที่น่ากลัว
เพราะใจเรา มัวแต่ไปสนใจอย่างอื่น ไปหาความสุขอย่างอื่น
ไม่สนใจในหน้าที่การงานที่ตนจะต้องทำ ตามมอบหมาย
งานนั้น ไม่มีทางประสบความสำเร็จ ทั้งผลของงาน ทั้งตนเอง
รายการทีวีก็เปี่ยมไปด้วยสิ่งที่มอมเมา แล้วคนเราก็ยังหลงทาง
คิดว่ามันบำบัดความเซ็ง สร้างสุข แล้วก็เสพติดมัน
เมื่อไหร่ที่ขาดมัน ก็จะทุรนทุราย เหมือนการเข้าโรงพยาบาลใหม่ๆ
การเสพติดในอินเตอร์เนตก็อันตรายมากเช่นกัน
เป็นการเสพในรูปแบบใหม่ ร้ายกว่าเดิม เพราะไม่มีการเซ็นเซอร์
ระวังป้องกัน จึงอยู่ที่ใจคนดูล้วนๆ ว่าจะดูอะไร เป็นยิ่งกว่าทีวี
เป็นสิ่งที่ตามใจ คิดอยากดูอะไร ก็ได้อย่างนั้น
มันเข้ามาฝังอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างเงียบๆ
หากวันไหนไม่ได้เข้าอินเตอร์เนต ก็จะชักดิ้นชักงอ
เหมือนชีวิตนี้ ขาดอะไรไปบางอย่าง
เราใช้มัน แต่อย่าให้มันครอบงำเรา
เราจะใช้เมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้ ไม่เดือดร้อน จึงเป็นอิสระแท้จริง
การฟัง IPod หรือซาวด์เบาท์ ก็เป็นสิ่งที่คนเราหนีความจริง
ผมเห็นคนกรุงเทพฯ ส่วนมาก มีหูฟังเสียบหูเวลาขึ้นรถไฟฟ้า
เหมือนฟังอะไรอยู่ตลอดเวลา ต้องดิ้นรนหาอะไรมาแก้เซ็งอยู่ตลอด
แล้วคิดว่านั่นเป็นความสุข คนเราหนีความเป็นจริงของสภาพปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา
ณ วันนี้ ผมเองก็ยังติดอยู่กับคอมพิวเตอร์
ติดอยู่กับข้อมูลจำนวนมากที่เก็บไว้ในฮาร์ดดิส
หากหายไป ก็จะดิ้นทุรนทุรายเช่นกัน
การฝึกหัดมีสติ จึงเป็นการหัดเพื่อพึ่งพิงสิ่งภายนอกน้อยลง
อยู่กับตัวเองมากขึ้น เล่นเกมส์กับตนเองได้ตลอดเวลา
ค้นหาตนเองอยู่เสมอโดยไม่เบื่อ การเรียนรู้ตนเอง เป็นวิชาการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่
ไม่มีหน่วยกิตใดๆ มารองรับ เพราะมันจะต้องเรียนรู้และฝึกปฏิบัติไปตลอดชีวิต
แม้จะสิ้นชีวิตไปแล้ว ก็ยังเรียนรู้ไม่หมด
เมื่อไหร่ที่เราสนใจเรียนรู้ตนเอง เราก็จะพึ่งพาสิ่งภายนอกน้อยลง
กระบวนการที่จะนำไปสู่การเรียนรู้ตนเองได้ มีเครื่องมืออยู่อย่างเดียว
เรียกว่า สติ
วันจันทร์ที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น