การเป็นคนอ้วนนั้น เป็นโทษอย่างร้ายแรง
เพราะดัชนีชี้วัด ที่โดดเด่นออกมาจากทางร่างกาย
คนอ้วนจึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคมาก เพราะสะสมปฏิกูลไว้มาก
เมื่อกินมาก ก็สะสมมาก กลายเป็นรังของเชื้อโรค
การกินที่ดีที่สุด จึงเป็นการกินมื้อเดียว ในตอนเช้า
ในตอนค่ำ ร่างกายใช้พลังงานน้อย จะเกิดการสะสมมาก
ดังนั้น ตอนเย็นหากเป็นไปได้ ก็ไม่ควรกินอะไรมาก
เพียงเพื่อแก้โรคหิวแค่นั้นเอง
แต่คนเรากลับมากินหนักในมื้อค่ำ เพียงเพราะว่าเป็นมื้อที่มีเวลามากที่สุด
มีเวลามากที่จะเสพอาหารและสุรา
เวลามากพอที่จะปรนเปรอความอยากของตน ให้อิ่มหนำ
ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะอ้วนมาก เพราะเป็นเพศที่ตามใจตนมาก
โดยเฉพาะในเรื่องการกิน จึงมีทุกข์มากในเรื่องการชั่งน้ำหนัก
ทุกสิ่งที่เกิดล้วนแล้วแต่มีเหตุมาจากการตามใจลิ้นแค่นั้นเอง
บริษัทที่หากินอยู่กับความอ้วนของผู้หญิงจึงบังเกิดขึ้นสารพัน
ฟิตเนส ดูเหมือนจะเป็นทางออกของคนสมัยใหม่
ที่จ้างคนอื่นราคาแสนแพงมาดูแลความอ้วนของตน
แทนที่จะแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ จากการกิน
มีหลายคนอิจฉา คนที่มีระบบร่างกายประเภทกินแล้วไม่อ้วน
แต่นั่นเป็นความผิดปกติของร่างกาย เป็นบุคคลที่น่าสงสาร
ระบบการกินเกินที่ส่งผลให้อ้วนฉุ เป็นเหมือนอุปกรณ์ เป็นลางบอกเหตุ
เป็นดัชนีชี้วัดที่ดีที่สุด ที่เราจะต้องตั้งตัวปรับพฤติกรรมตนเองให้เท่าทันภัยที่กำลังจะมาถึง
คนที่กินแล้วไม่อ้วน นั่นหมายถึง เครื่องดัชนีชี้วัดของเขาชำรุดนั่นเอง
เขาจึงกินได้โดยไม่บรรยะบรรยัง ตามใจปาก แต่ไม่เห็นโทษ
คนอ้วนหลายคน มักมองไม่เห็นว่าโทษการอ้วนมันรุนแรงเพียงใด
การไม่เห็นโลงศพ บางทีก็ไม่หลั่งน้ำตา
เพื่อนผมอ้วนมาก เพราะกินมาก แต่ก็ยังกินหนักอยู่
ไม่สนใจความอ้วนของตนอันเป็นดัชนีชี้วัดที่ชัดเจน
แม้ไม่ส่งผลวันนี้ ก็ย่อมต้องส่งผลวันหน้า
จนกระทั่งวันหนึ่ง ต้องป่วยเข้าโรงพยาบาล เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก
เพราะไขมันอุดตันเส้นเลือดในสมอง
สาเหตุทั้งหมด มาจากการกินแค่นั้นเอง
“You are what you eat” จึงอธิบายได้ดีที่สุด
วันนี้ เขาเริ่มเห็นโลงศพ จึงรู้จักการหลั่งน้ำตา ว่าปากพาซวย
เกือบพาเขาตายโดยไร้ค่า เพียงเพราะกินอย่างเมามัน
ไม่รู้จักประมาณในการกิน
ผมเชื่อว่านับแต่นี้ไป ชีวิตเขาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
เปลี่ยนได้เพียงเพราะเปลี่ยนวิธีการกินเท่านั้นเอง
วันศุกร์ที่ ๑๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น