วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เพราะว่าเพื่อน

คือด่านที่สามของชีวิต รองจากพ่อแม่ และครู
คือเข็มทิศและหางเสือเรือที่จะพาเราไปที่ใดก็ได้
เพื่อนก็มีอิทธิพลไม่น้อย
เมื่อเราเดินหน้าขัดเกลาจิตใจ เพื่อนเราจะน้อยลงถนัดตา
มีคนคบเราน้อยลง ก็อย่าหวั่นไหว เพราะเรากำลังเดินหน้า
กำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ เข้าสู่การตื่นจากระบบทาสทางวัตถุ
ตื่นจากการพึ่งพิงสิ่งภายนอก แล้วพึ่งพามันให้น้อยลง..น้อยลง
เป็นธรรมดา จำนวนเพื่อนก็ย่อมน้อยลง ตามไปด้วย
เพื่อจะเกี่ยวนำเราไปสู่สังคมใหม่ ที่ดีกว่า
ผมค้นพบอีกอย่างหนึ่งว่า หากกลัวการเปลี่ยนแปลง
หากกลัวการเดินไปข้างหน้าเพียงลำพัง
ก็ให้จูงแขนเพื่อนไปด้วย ฉุดเพื่อนให้ตื่นขึ้นมาแล้วไปด้วยกัน
วงสนทนาของผมตอนนี้ดูเหมือนจะเกี่ยวกับเรื่องภายในตนเอง
เป็นส่วนมาก เกี่ยวกับการเฝ้าระวัง ดูกายดูใจ สังเกตความเป็นไป
พูดถึงเรื่องภายนอกน้อยลง หรือหากพูด ก็พูดให้น้อย
เราต่างสนุกสนานกับการเล่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์การฝึกของตนเอง
ดูเหมือนว่าเล่าอย่างไร ก็เล่าไม่จบ แต่ละคนมีเทคนิคต่างกัน
การฝึกดูใจตนเอง ดูเหมือนว่าจะเป็นแบบฝึกหัดให้ฝึกไปชั่วชีวิต
พบกับเรื่องราวต่างๆ มากมาย เรื่องใหม่ๆ ให้ศึกษาฝึกฝน
ผมพบว่า เมื่อผ่านไประยะหนึ่ง ผมเดือดร้อนน้อยลง
มีปาฏิหาริย์แปลกๆ มากขึ้น รู้สึกสนุกดี เหมือนเป็นกำลังใจให้ฝึกตนเองต่อไป
เพราะเราค้นพบว่า ในแต่ละวัน เราโชคดีมากขึ้น
แม้กระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
จะมีเรื่องร้ายๆ ผ่านเข้ามาบ้าง แต่หากพิจารณาโดยแยบคายแล้ว
ล้วนแล้วแต่ เราเองเป็นต้นเหตุทั้งนั้น โทษใครไม่ได้เลย
เมื่อเพื่อนคุยกันแต่เรื่องชั่วๆ เราเองก็อาจเผลอไผลคุยเรื่องชั่วไปด้วย
โดยไม่รู้ตัว แต่หากรู้สึกตัวได้ทัน ลองพูดเบรคกันสักหน่อย
เราจะถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด เมื่อนั้น เราจะรู้สึกว่านั่นไม่ใช่สังคมของเราแล้ว
เราคบเพื่อนไม่ได้ทุกคนหรอก ไม่ต้องไปเอาอกเอาใจมาก
ไม่ต้องกลัวว่าเพื่อนไม่รัก ไม่ต้องกลัวใดๆ ทั้งสิ้น
หากเราพูดและทำในสิ่งที่ถูกต้อง
สักวันเพื่อนก็จากเราไป หลงเหลือแต่ความชั่วร้ายที่ช่วยกันสร้างไว้
ช่วยกันแบกมันไม่ตลอดชีวิต
มีเพื่อนน้อยไม่ได้สำคัญอะไรเลย หากมีเพื่อนมากแล้วชักจูงกัน
ไปในทางเสื่อมเสีย เราเองก็รู้ว่าอะไรคือการเสื่อมเสีย
การเอาใจเพื่อน จึงคือการทำลายจิตวิญญาณตนเอง โดยทางตรง
ให้ฉุดเอาเพื่อนที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ไปด้วย
เพื่อเดินหน้าไปสู่สิ่งที่ดีกว่า
ทิ้งเพื่อนที่ฉุดเท่าไหร่ก็ฉุดไม่อยู่ไปเสียไม่ต้องพะวงหลัง
สักวันเขาจะเห็นคุณค่าของเราเอง
ธรรมดา น้ำย่อมไม่เข้ากันกับน้ำมัน แต่เมื่อไหร่ที่น้ำมันกลั่นตัวเอง
จนมีสภาพใกล้เคียงกันกับน้ำ เมื่อนั้นจึงผสมกลมกลืนกันไปได้
ลองสร้างเพื่อนกลุ่มเดิม แต่ให้อยู่ในวิธีการคิดใหม่
เปลี่ยนไปพร้อมๆ กัน

ไม่มีความคิดเห็น: