การเผลอ หรือการไม่รู้ตัว หรือไม่รู้เรื่อง เป็นสิ่งน่ากลัว
ยิ่งเราไม่รู้ แล้วยิ่งมุ่งมั่นทำ ก็ยิ่งเกิดความเสียหาย
เหมือนเรือที่ตั้งหางเสือผิดทาง ก็ไม่มีทางไปถึงฝั่ง
ผมได้ยินเสียงเด็กวัยรุ่นข้างบ้านเล่นกีตาร์ร้องเพลงกันยันตีสอง
ยิ่งดึก เสียงยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ
อย่าลืมว่า ทุกๆ Action ย่อมมี Reaction
แต่จะสะท้อนกลับด้านใด แบบไหน ก็ไม่รู้
ความสุขของเรา แต่ความทุกข์คนอื่น นั้นเป็นที่รู้กันว่าไม่ควร
เราไม่รู้หรอกว่า มีใครที่แช่งบ้าง แล้วคนที่แช่งนั้นเป็นใคร
มีใครที่มีวาจาอาญาสิทธิ์บ้าง
เราไม่รู้ว่า นักบวชอาจจะกำลังทำสมาธิ แล้วรบกวนท่านโดยไม่ทันได้คิด
เราอาจไม่รู้ว่า เด็กทารกนอนไม่หลับ นักเรียนอ่านหนังสือ
แล้วต้องมาทนฟังเสียงแหกปากร้องเพลง หรือคุยเสียงดังจนไม่สนใจคนอื่น
โบราณจึงบัญญัติคำว่า "ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี"
เอามาดักพฤติกรรมเราไว้ก่อน
มันไม่ใช่เรื่องเท่ห์ ที่ทำแล้วไม่มีใครกล้าว่า
กลับจะยิ่งทำให้เรา หยิ่งผยอง ลำพองตัวว่าตนเองแน่ เจ๋ง
แต่สิ่งที่น่ากลัวคือเราได้สร้าง Action ที่มันกำลังประมวลผล
รอการ Reaction แล้วจะสะท้อนกลับมาอีกไม่รู้กี่เท่าตัว
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น ก็คือ เรากลับจะมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าดี ถูกต้อง
ทำซ้ำๆ อีกไปเรื่อยๆ โดยไม่เห็นว่ามันจะผิดตรงไหน
Reaction มันจะทวนกลับมาเป็นทวีคูณไปเรื่อยๆ
แล้วเราก็จะกลับมาโทษว่า ดวงไม่ดีเลย ซวยจังเลย
อย่าได้โทษดวงเลย โทษความไม่รู้และหลงผิดของเราเถอะ
จงระวังทุกการกระทำ คำพูด อย่าเผลอ
วันอังคารที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น