วันศุกร์ที่ ๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

เป็นตัวของตัวเอง สักแค่ไหน?




เห็นหลายคนมักชอบบอกว่า ฉันเป็นตัวของฉันเอง
เราเคยลองสำรวจตัวเองมากน้อยแค่ไหน
ว่าเราเป็นตัวของตัวเองจริงหรือเปล่า?

เพราะก่อนจะเป็นตัวของตัวเองได้ ก็ต้องรู้จักตัวเองก่อน
หากเริ่มสำรวจจริงๆ จังๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า
จะพบว่า เราอยากเป็นผู้อื่นอยู่เสมอต่างหากล่ะ
เราเห็นดาราตัดทรงผมนี้ เราก็อยากเลียนแบบมั่ง,

เราเห็นแฟชั่นเสื้อผ้าเกาหลี เราก็อยากแต่งตัวแบบเขา
เที่ยวหาซื้อชุดนั้นชุดนี้ วิ่งให้วุ่นไปหมด

เราร้องคาราโอเกะ เราก็จินตนาการเต็มๆ ว่าเราเป็นศิลปิน
แหกปากโดยที่ไม่ได้ชะโงกดูน้ำในกะโหลกเสียสักเท่าไหร่
ว่าเสียงเรามันไปไม่ได้

เวลาพูดปะกิต เราก็ดัดจริตให้เหมือนฝรั่ง
อยากเป็นฝรั่งกลับชาติมาเกิด

เวลากิน เราก็อยากกินเคเอฟซี และเป๊ปซี่ ที่อีตาเบคแฮม
มันเตะฟุตบอล แล้วบอกว่าเป็นรสชาดของคนรุ่นใหม่

ตกลงว่า ชีวิตนี้เราเหลือเป็นตัวของตัวเองจริงๆ
สักกี่เปอร์เซนต์กันเชียว
นักออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นระดับโลกให้สัมภาษณ์ว่า
แฟชั่นนั้นมีไว้ให้เราค้นหาตัวเองให้เจอ
เมื่อพบว่าเหมาะกับชุดแบบไหน แล้วก็ใส่แบบนั้น
จะได้ไม่ดูทุเรศตา แต่เรามักใส่ตามแฟชั่น ตามเทรนด์
โดยไม่รู้สึกว่ามันทุเรศตาสักเท่าไหร่
หรือไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดยังไง?

ในแต่ละวันเราได้ใช้เวลาสักกี่นาที
ในการหยุดคิดเพื่อการค้นหาตัวเองบ้าง?
แล้ววันนี้ เราค้นพบตัวเองกันหรือยัง?

กว่าจะค้นเจอก็อาจจะนานหน่อย
เพราะเราใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต
ในการอยากเป็นแบบผู้อื่นอยู่เสมอๆ
....จนลืมที่จะค้นหาตัวเอง

ยัง... ชีวิตไม่ได้จบอยู่แค่การค้นหาตัวเองให้เจอ
เพราะเมื่อเจอแล้ว ส่วนใหญ่ก็มักจะยอมรับความจริงไม่ได้
ยังอยากเป็นนู่น เป็นนี่ เป็นนั่น อยู่ร่ำไป
แล้วยังไม่เคยพอใจที่จะเป็นตัวเองอีกด้วย
ทำไมจมูกมันไม่โด่ง, ทำไมขาไม่สวย, ผิวไม่ขาว,
พอมีเงินเข้าหน่อย ก็ไปทำจมูก, เสริมนม, พอกหน้า,
ต่อขนตา, ทำสีผม, ใส่ฟันเหล็ก
เพื่อวิ่งไล่ตามหาความพอใจ แล้วก็พบต่อไปว่า
ความพอใจนั้น มันเติมไม่เคยเต็ม เหมือนราดน้ำลงบนทราย
ไม่จบสิ้น ไม่เคยเพียงพอ ไม่เคยพอใจตัวเองเสียที
แม้กระทั่งว่าพอเหี่ยวย่นแล้ว ก็ต้องดิ้นรนไปดึงหน้าอีก

ตกลงว่าเรายังได้ชื่อว่าเป็นตัวของเราเองหรือไม่?
แท้จริงนั้น เราเป็นตัวของตัวเอง
หรือว่าเป็นทาสความอยากของตัวเองกันแน่?

แล้วจะพบอีกว่า
การเป็นตัวของตัวเองนั้น เป็นได้ยากที่สุดในโลก
เพราะจะเป็นตัวของตัวเองได้
ก็ต้องรู้จักตัวเองในทุกแง่ทุกมุมเสียก่อน
เวลาผ่านไปนับห้าสิบปี เราอาจไม่รู้จักตัวเองเลยก็ได้
เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็นด้วย
ที่ผานมา เราเลือกที่จะยอมรับ, หรือปกปิดมันเอาไว้

ถึงตรงนี้ ยังกล้าบอกว่า เราเป็นตัวของเราเองอยู่หรือเปล่า?
บางทีเราอาจใช้เวลาทั้งชีวิต ในการอยากเป็นผู้อื่นอยู่เสมอ
ไม่เคยพอใจตัวเองเสมอๆ จนลืมที่จะทำความเข้าใจตัวเอง



แต่ปากก็พร่ำบอกว่า ฉันเป็นตัวของฉันเอง
จึงนับได้ว่า เป็นผู้ที่น่าเห็นใจเสียนี่กระไร

ที่ไม่เคยรู้จักแม้กระทั่งตัวเอง
แต่เรื่องซุบซิบดารานั้นรู้ดีเชียว

เมื่อไม่เคยมองตน
ก็คล้ายกับว่าหน้าเลอะดำไปด้วยถ่าน

แต่ไม่เคยส่องกระจก

แต่ดำถ่านนั้น ล้างออกได้
หากเพียงแต่รู้จักส่องกระจกเสียก่อน
แต่คนเราก็มักไม่ค่อยกล้ายอมรับความจริง,

ไม่กล้าส่องกระจก
ด้วยกลัวว่าจะพบความอุจาดของตัวเอง

ก็เลยเลือกที่จะไม่รับรู้
หรือไม่ยอมรู้จักเลย ว่ากระจกเป็นยังไง
หรือไม่รู้ว่าโลกนี้มีกระจกด้วยเหรอ
หรือไม่มีใครกล้ายื่นกระจกให้

เพราะท่านตำแหน่งใหญ่โตเกินไป
ท่านเป็นนาย, เป็นด๊อกเตอร์, เป็นศาสตราจารย์

ทำอะไรก็ถูกไปหมด
รู้ไปเสียทุกเรื่อง แต่ไม่รู้อยู่เรื่องเดียว

คือการรู้จักตัวเอง

การมีเพื่อนดีๆ นั้น เพื่อนจะคอยเป็นกระจกให้

มองในด้านที่เรามองไม่เห็น
หรือด้านตรงๆ ที่เราไม่ยอมมอง
เพื่อนดีๆ มักขัดใจเราเสมอ,

ก็เพราะว่ามักแนะนำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
กับความอยากของเรา
พึงยินดีที่มีเพื่อนดีๆ คอยขัดขวาง,
ดีกว่ามีเพื่อนพาลที่คอยสอพลอ
เมื่อเพื่อนทักท้วงอะไรนั้น ก็จงรับฟังด้วยความนอบน้อม

เพราะแม้กระทั่งจิ้งจกทัก....ก็ยังต้องฟัง

1 ความคิดเห็น:

Danu กล่าวว่า...

ถ้าหากเลือกใส่ เสื้อผ้าเกาหลี ดีๆ ก็จะดูน่ารักมากเลยน้าา