ไปวิ่งออกกำลังกาย เห็นชายคนหนึ่งถอดรองเท้าวิ่งบนขอบสนามหญ้า
ผมลองทำดูบ้าง ปรากฎว่าค้นพบอะไรบางอย่างที่น่าสนใจยิ่ง
ผมเคยศึกษาการออกกำลังกายแบบแพทย์ทางเลือก
ฝ่าเท้าคือแหล่งรวมปลายประสาทของอวัยวะภายในทั้งหลาย
เมื่อมีโอกาสก็ให้นวดฝ่าเท้าดูบ้าง
ตอนเช้าๆ ให้ถอดรองเท้ายืนบนสนามหญ้า ถูเท้าไปมากับหญ้า
นั่นคือการนวดฝ่าเท้าด้วยวัสดุธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุด
การวิ่งบนหญ้า เป็นกุศโลบายที่ทำให้การวิ่งไม่เหนื่อย
เราเคยเห็นนักวิ่งมาราธอนที่วิ่ง 42 กิโลเมตรแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
นั่นเป็นเพราะจิตเขานิ่ง อารมณ์อยู่กับการวิ่ง
สรรพสิ่งสำเร็จได้ด้วยสมาธิ การวิ่งมาราธอนก็เช่นเดียวกัน
เมื่อไหร่ที่วิ่งไปๆ แล้วใจว่อกแว่ก ผมรู้สึกเหมือนกลับไปตั้งต้นใหม่
เพราะเราจะเหนื่อยทันที แล้วก็ต้องค่อยๆ มาสะสมการตั้งมั่น
ในการวิ่งใหม่
ด้วยโลกปัจจุบันนี้ สิ่งล่อหูล่อตามันเยอะมาก การวิ่งที่สวนสุขภาพ
ถ้าจิตไม่นิ่งพอ จะทนต่อสิ่งเย้ายวนลำบาก
จะมีสาวๆ แต่งตัวน่าสนใจ มาวิ่งให้ดูหวั่นไหวอยู่เสมอ
เมื่อจิตไม่นิ่ง เราจึงรู้สึกเหนื่อยง่าย
แต่เมื่อถอดรองเท้าวิ่ง ผมกลับพบว่า เรามีสมาธิมากขึ้น
ก็เพราะการถอดรองเท้า เราจะพะวงเกี่ยวกับความปลอดภัย
ของเท้าเราอยู่ตลอดเวลา ทำให้การวิ่งนั้นเปี่ยมไปด้วยสติ
เมื่อสติตั้งมั่นมากๆ มันก็คือสมาธิ ทำให้การวิ่งนั้นไม่เหนื่อย
อีกประการหนึ่ง การถอดรองเท้าวิ่ง ทำให้เท้าหายใจโล่ง
ผมเปรียบเทียบดูว่าหากเราสวมรองเท้าแล้ววิ่ง มันจะรู้สึกอึดอัดพิกล
นั่นเพราะเหงื่อไม่ระบาย อัดอั้น ต่อให้รองเท้าแสนแพงแค่ไหน
ต่อให้เป็น Geox ก็ระบายอากาศสู้การวิ่งเท้าเปล่าไม่ได้
ผมจึงพบว่า สดชื่นกว่าที่เคย
การถอดรองเท้าวิ่งบนสนามหญ้าแม้ใครๆ จะดูว่าบ้าแต่ผมว่าเปี่ยมด้วยสาระ
อย่างน้อยเราก็มีโอกาสได้มองเท้าบ้าง
อย่างน้อยเท้าเราก็มีโอกาสสัมผัสดินบ้าง
ท่ามกลางสังคมเมือง ที่ราดยางมะตอย ปูกระเบื้อง เทซีเมนต์
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตคนเรา ที่ได้มีโอกาสเอาเท้าแตะพื้นดินจริงๆ
ผมยังพบอีกว่า การถอดรองเท้าเดินบนดิน
ทำให้เราหลีกเลี่ยงการก่อกรรมที่ไม่ได้เจตนาได้
ผมก้าวข้ามเส้นทางของฝูงมดตัวน้อย เพราะมองดูพื้นดินก่อนย่างเท้า
แต่หากว่าเราสวมรองเท้า เราก็จะเหยียบย่ำมดกลุ่มนั้นโดยไม่รู้ตัว
เราเกิดมาตัวเปล่า รองเท้าก็ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของชีวิต
ขาดมันไปบ้างก็ได้
วันจันทร์ที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น