
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น เกี่ยวกับเรื่องความรักของปู่ชิว
ที่ผมแอบทำเป็น mini-research ขอความเห็นจากหลายๆ คน
เพื่อมารวบรวมตรงนี้ให้ได้หลากหลายมุมมองที่สุด
อาจจะไม่ครบ 360 องศา แต่ก็ใกล้เคียง,
ขออนุญาตไม่ต้อง ref.นะคับว่าเป็นความเห็นใครบ้างทุกประโยค
เพราะไม่ใช่งานที่ต้องทำส่งอาจารย์เอาคะแนน,
เพียงแต่ Credit ไว้ตอนท้าย, ทำเอาเล่นๆ มันส์ๆ
แก้เหงาสมอง เล่าสู่กันฟัง,
ใครที่ยังไม่เคยดู ก็กดวีดีโอดูข้างบนก่อนนะคับ
ในส่วนของ Production เป็นงานละเอียดอ่อนมาก
ที่ดูครั้งแรกอาจเรียกน้ำตามาคลอเบ้าตาได้, ฮึฮึ..ผมก็เป็น
เขาทำได้อย่างไรให้มันลงตัวได้ภายในเวลาอันจำกัด 1.30 นาที?
การเขียนบท, มุมการถ่ายภาพ การแพนมุมกล้อง,
ตัดต่อลงตัวไปหมด
เหมือนการปรุงอาหารให้ได้ส่วนผสมที่เหมาะเจาะ
กินแล้วอร่อยทันที,
สีของภาพจำเป็นต้องเป็นขาวดำ
เพื่อตอกย้ำความเป็นอดีตและความทรงจำ
เราจึงรู้ว่า สีสรร มีผลต่ออารมณ์เพียงใด
เสียงซอนั้น หากฟังดูดีๆ จะคล้ายเสียงคนสะอื้นร้องไห้,
ลองฟังดูอีกทีนะคับ,
ด้วยความเป็นไทย
เราเองพากับรับอิทธิพลของเสียงซอมาตั้งแต่เด็ก
เพราะเพลงธรณีกรรแสง จะมาบรรเลงด้วยกีตาร์ไฟฟ้า
ใส่เอ็ฟเฟ็คก็ไม่ใช่เรื่อง
มันต้องเสียงซอ ถึงจะปลุกเรียกน้ำตาคนฟังได้
ช่วงที่ปู่ชิวเริ่มสีซอนั้น ถือว่าเป็นช่วง peak ของอารมณ์
เพราะเป็นช่วงที่จบประโยคบรรยาย
และดนตรีเบาๆ ไต่บรรไดเสียงสูงขึ้น
แทนที่ด้วยเสียงซอที่ปู่ชิวเล่น
เป็นการเฉลยคำที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้นทั้งหมด
ว่านี่ไง นี่คือสารัตถะอันสูงสุดของปู่ชิว,
บวกกับสีหน้าของปู่ชิว
ที่ดูเหมือนกำลังมีความสุขในสิ่งที่ได้ทำเพื่อคนรัก
แล้วภาพก็ตัดสลับไปมากับ อดีตหวานชื่นนอนหนุนตัก
กับความคลาสสิคของต้นไม้สองต้นต้องลมแรง
อารมณ์เหงาชะมัด
สาระสำคัญอยู่ที่เนื้อเรื่อง ที่เราหลายคนบอกว่า
มันน่าจะเป็นแค่โฆษณาแหละน่า
หรือไม่ก็ในโลกโฆษณานั้น ว่ากันว่ามีความจริงอยู่เพียงครึ่งเดียว
ในโลกความจริง จะมีคนอย่างปู่ชิวสักหนึ่งในล้านก็ยังยากอยู่,
จนบางทีเราอาจจะแอบนึกอิจฉาอยากเป็นคุณย่าเสียเอง
ที่มีคนรักจริงอย่างปู่ชิว ที่มั่นคงในรักไม่เสื่อมคลาย,
แม้ว่าเธอจะนอนอยู่ในหลุมฝังศพ,
สิ่งนี้สื่อว่า ปู่ชิวไม่ได้รักในแค่ร่างกายภายนอกของย่า
แต่ด้วยความผูกพันและมั่นคงในสัจจะที่ให้ไว้ต่ะหาก
นี้คืออุดมคติที่เจ้าหญิงในฝันทั้งหลายไล่ล่าหารักแท้,
ถึงได้ประทับใจปู่ชิวกันเป็นทิวแถว
ความรักอันนิรันดรของปู่ชิวเป็นที่น่าชื่นชม
น่ายกย่องในความเด็ดเดี่ยว มั่นคง และซื่อตรง
ที่ในโลกทุกวันนี้หายากเต็มทน,
ที่มีแต่ไอ้ผู้ชายหน้าชั่ว หลอกฟันแล้วทิ้ง
จนเจ็บคร่ำครวญกันเป็นแถว แต่เปลี่ยนมาใช้ศัพท์เท่ห์ๆ ว่า "กิ๊ก"
ได้เราแล้วไปหลอกฟันคนอื่นต่อ
ที่ผมแอบทำเป็น mini-research ขอความเห็นจากหลายๆ คน
เพื่อมารวบรวมตรงนี้ให้ได้หลากหลายมุมมองที่สุด
อาจจะไม่ครบ 360 องศา แต่ก็ใกล้เคียง,
ขออนุญาตไม่ต้อง ref.นะคับว่าเป็นความเห็นใครบ้างทุกประโยค
เพราะไม่ใช่งานที่ต้องทำส่งอาจารย์เอาคะแนน,
เพียงแต่ Credit ไว้ตอนท้าย, ทำเอาเล่นๆ มันส์ๆ
แก้เหงาสมอง เล่าสู่กันฟัง,
ใครที่ยังไม่เคยดู ก็กดวีดีโอดูข้างบนก่อนนะคับ
ในส่วนของ Production เป็นงานละเอียดอ่อนมาก
ที่ดูครั้งแรกอาจเรียกน้ำตามาคลอเบ้าตาได้, ฮึฮึ..ผมก็เป็น
เขาทำได้อย่างไรให้มันลงตัวได้ภายในเวลาอันจำกัด 1.30 นาที?
การเขียนบท, มุมการถ่ายภาพ การแพนมุมกล้อง,
ตัดต่อลงตัวไปหมด
เหมือนการปรุงอาหารให้ได้ส่วนผสมที่เหมาะเจาะ
กินแล้วอร่อยทันที,
สีของภาพจำเป็นต้องเป็นขาวดำ
เพื่อตอกย้ำความเป็นอดีตและความทรงจำ
เราจึงรู้ว่า สีสรร มีผลต่ออารมณ์เพียงใด
เสียงซอนั้น หากฟังดูดีๆ จะคล้ายเสียงคนสะอื้นร้องไห้,
ลองฟังดูอีกทีนะคับ,
ด้วยความเป็นไทย
เราเองพากับรับอิทธิพลของเสียงซอมาตั้งแต่เด็ก
เพราะเพลงธรณีกรรแสง จะมาบรรเลงด้วยกีตาร์ไฟฟ้า
ใส่เอ็ฟเฟ็คก็ไม่ใช่เรื่อง
มันต้องเสียงซอ ถึงจะปลุกเรียกน้ำตาคนฟังได้
ช่วงที่ปู่ชิวเริ่มสีซอนั้น ถือว่าเป็นช่วง peak ของอารมณ์
เพราะเป็นช่วงที่จบประโยคบรรยาย
และดนตรีเบาๆ ไต่บรรไดเสียงสูงขึ้น
แทนที่ด้วยเสียงซอที่ปู่ชิวเล่น
เป็นการเฉลยคำที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้นทั้งหมด
ว่านี่ไง นี่คือสารัตถะอันสูงสุดของปู่ชิว,
บวกกับสีหน้าของปู่ชิว
ที่ดูเหมือนกำลังมีความสุขในสิ่งที่ได้ทำเพื่อคนรัก
แล้วภาพก็ตัดสลับไปมากับ อดีตหวานชื่นนอนหนุนตัก
กับความคลาสสิคของต้นไม้สองต้นต้องลมแรง
อารมณ์เหงาชะมัด
สาระสำคัญอยู่ที่เนื้อเรื่อง ที่เราหลายคนบอกว่า
มันน่าจะเป็นแค่โฆษณาแหละน่า
หรือไม่ก็ในโลกโฆษณานั้น ว่ากันว่ามีความจริงอยู่เพียงครึ่งเดียว
ในโลกความจริง จะมีคนอย่างปู่ชิวสักหนึ่งในล้านก็ยังยากอยู่,
จนบางทีเราอาจจะแอบนึกอิจฉาอยากเป็นคุณย่าเสียเอง
ที่มีคนรักจริงอย่างปู่ชิว ที่มั่นคงในรักไม่เสื่อมคลาย,
แม้ว่าเธอจะนอนอยู่ในหลุมฝังศพ,
สิ่งนี้สื่อว่า ปู่ชิวไม่ได้รักในแค่ร่างกายภายนอกของย่า
แต่ด้วยความผูกพันและมั่นคงในสัจจะที่ให้ไว้ต่ะหาก
นี้คืออุดมคติที่เจ้าหญิงในฝันทั้งหลายไล่ล่าหารักแท้,
ถึงได้ประทับใจปู่ชิวกันเป็นทิวแถว
ความรักอันนิรันดรของปู่ชิวเป็นที่น่าชื่นชม
น่ายกย่องในความเด็ดเดี่ยว มั่นคง และซื่อตรง
ที่ในโลกทุกวันนี้หายากเต็มทน,
ที่มีแต่ไอ้ผู้ชายหน้าชั่ว หลอกฟันแล้วทิ้ง
จนเจ็บคร่ำครวญกันเป็นแถว แต่เปลี่ยนมาใช้ศัพท์เท่ห์ๆ ว่า "กิ๊ก"
ได้เราแล้วไปหลอกฟันคนอื่นต่อ
การตื่นแต่เช้าเพื่อทำน้ำชาและเดินทางไกลด้วยเท้า
ไปกลับ 40 กิโลเมตร ต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลา 30 ปี
ยิ่งตอกย้ำในความมั่นคงของชายชราคนหนึ่ง
ที่แกอาจมีความสุขกับการทำในสิ่งที่หลายคนไม่เข้าใจ
เพราะโลกทุกวันนี้ ไปหาเอาใหม่ง่ายกว่า ผู้หญิงมีเยอะแยะ
ปู่ชิว จึงเปรียบเสมือนฮีโร่ในดวงใจของสาวๆ หลายๆ คน
ที่ใฝ่ฝันหารักแท้ ที่จะมีเธอในหัวใจแต่เพียงผู้เดียว
อันยากยิ่งกว่างมเข็มใต้มหาสมุทรแอตแลนติส
แต่ใครเลยจะรู้ว่า ปู่ชิวนั้น หัวใจเจ็บช้ำปางตายแค่ไหน
ดูใบหน้าปู่ชิวตอนเล่นซอหน้าหลุมศพ
แม้ว่าจะมีรอยยิ้มคล้ายความสุขปรากฏ,
ก็เหมือนปู่ชิวหลอกตัวเองว่ามีความสุขกับสิ่งที่ทำ
แต่ปู่ชิวจะรู้ไหมว่า อีกด้านหนึ่งของสิ่งที่ทำอยู่นั้น
คือการตอกย้ำความทุกข์อยู่เนืองๆ ของการจากไป
กับภาพความสุขเดิมๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว
ที่มัน contrast กันอย่างรุนแรง
ระหว่างอดีตอันหวานชื่น
กับความขมขื่นที่ไม่มีเธออีกแล้วในปัจจุบัน
เพราะความมั่นคง ซื่อตรง และสัจจะวาจา
ปู่ชิวไม่อาจหลบหนีวังวนแห่งความทุกข์ได้
จึงต้องพายเรืออยู่ในอ่างความทุกข์ร่ำไป
เป็นเวลาติดต่อกันถึงสามสิบปี โดยการหลงผิด หลงทาง
ขาดแสงสว่างช่วยนำทาง
ปู่ชิว จึงเป็นตัวอย่างของคนที่น่าเห็นใจ น่าสงสาร
ที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิต ติดกับดัก ในโลกแห่งความทรงจำของตนเอง
ภาพความสุขในอดีต กลายมาเป็น ความทุกข์ในปัจจุบัน
ภาพอดีตเป็นดั่งเช่นพยับแดด สิ่งลวงตา
มองเห็นไกลๆ ลิบๆ เหมือนว่ามีอยู่จริง แต่พอเข้าไปใกล้
ถึงรู้ว่า คว้าไม่ได้ มันไม่มีจริง
ตอนแรกผมกะวิจารณ์ปู่ชิวแรงๆ ว่า "ความไร้สาระของปู่ชิว"
แต่ยิ่งดูแล้ว ยิ่งสงสารแกชะมัด, คอมเม้นท์ไม่ออก
กลายเป็นความน่าเห็นใจและสงสารจับใจเข้ามาทดแทน,
เวลาสามสิบปี ไม่ได้ทำให้ปู่ชิวเรียนรู้เลยว่าความตาย
เป็นของธรรมดา
และเมื่อตายไปแล้ว ก็ย่อมดับไปแล้ว ไม่ได้รับรู้อะไรแล้ว,
สิ่งที่ทำ มีแต่ตนเองเท่านั้นที่รับรู้
เพราะเป็นคนมีสัจจะวาจาสูงเป็นพื้นฐาน,
แต่ปู่ชิวจะสนใจหรือเปล่าว่า คนเราตายแล้วไปไหน?
ยังอยู่ที่หลุมฝังศพ หรือว่าไปเกิดใหม่
ย่าอาจจะมาเกิดใหม่
เป็นหมาน้อยที่วิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านปู่ชิวทุกวันก็เป็นได้,
หากปู่ชิวรู้ความจริงข้อนี้ หลุมฝังศพอาจไม่มีความหมาย,
หมาน้อยอาจจะกลายเป็นองค์หญิงแทน
ความไม่รู้ต่างๆ จึงเปรียบเสมือนการเดินอยู่ในโลกมืด,
วนเวียนในเขาวงกต หาทางออกไม่เจอ,
แม้กระทั่งไม่รู้จุดหมายในชีวิตที่แท้จริง
ก็เพราะความไม่รู้ จึงเดินทางไปตามเสียงเพรียกของหัวใจ
ปู่ชิวใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ทุกๆ วัน โดยไม่มีแสงสว่างนำทาง,
แต่เป็นไปตามสัญชาติญาณที่หัวใจบอกให้ทำ,
อยู่ในโลกมืดที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหน และไม่รู้เป้าหมายของชีวิต
สิ่งนี้รวมๆ เรียกกันว่า "อวิชชา" หรือ ความไม่รู้
ไม่มีใครมาบอกสอน และไม่อาจเรียนรู้ด้วยตนเอง
สิ่งนี้แหละที่ทำให้เราต้องเวียนว่ายตายเกิดกันต่อไป
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อวนเวียนกลับมาทุกข์ใหม่อีกครั้ง
.....ไม่รู้จบ
ปู่ชิวยังติดกับดักในวังวนของ "ความทรงจำ"
ที่ทำให้แกทุกข์ไปตลอดชีวิต ยิ่งทำ ก็ยิ่งติด ยิ่งคิดก็ยิ่งทำ
ยิ่งทำก็ยิ่งซ้ำเติมทุกข์ และคิดว่าความสุขคือการสีซอ
วนเวียนซ้ำๆ ซากๆ ไม่รู้จบ
ยิ่งยึดมั่นในรูปภาพความทรงจำที่เคยมีความสุข
สิ่งนี้จะคอยหลอกหลอนปู่ชิวไปตลอดเวลาที่ยังมีลมหายใจ
และ "ทุกข์เพราะความทรงจำ" จะทวีพอกพูนไปเรื่อยๆ
(ขันธ์ 5- สัญญา, เวทนา)
เลยทำให้มองว่า สิ่งที่ปู่ชิวทำอยู่ทุกวันนี้
อีกด้านหนึ่งคือ การดิ้นรนให้ตนเอง ทำเพื่อตนเองด้วย
ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ อันมีบ่อเกิดมาจากความเหงา เศร้า
ด้วยวิธีการที่จะทำเพื่อคนรัก ให้มากที่สุดที่ตัวเองจะทำได้,
แต่จะรู้ไหมว่า สิ่งทีทำอยู่ทุกวันมันกลับเป็นหอกแหลม
ย้อนกลับมาทิ่มแทงปู่ชิวอยู่ทุกวัน
ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนพายเรือในอ่าง
ไม่มีวันจบ จนดูเหมือนว่าเลื่อนลอยกับเป้าหมายในชีวิต
และใช้ชีวิตไปวันๆ
สามสิบปีของปู่ชิว อีกด้านหนึ่งคือการพลาดโอกาสศึกษาว่า
แท้จริงแล้วคนเราเกิดมาเพื่ออะไรกันแน่,
มีเป้าหมายอย่างไรและควรดำเนินต่อไปเช่นไร
ปู่ชิวพลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ว่า
การออกจากห้วงความทุกข์นั้นทำอย่างไร
แต่ไปหลงติดว่า การไปสีซอคือความสุขที่ได้ทำ
ด้วยกรอบในการคิดว่าโลกนี้มีเพียงเราสอง
ปู่ชิวจึงยังไม่เคยพบความสุขที่แท้จริง จากการเป็นผู้ให้คนอื่น
หากลองว่าปู่ชิวเอาความขยันหมั่นเพียร ความเด็ดเดี่ยว
และมีสัจจะที่มีอยู่นี้
ไปต้มน้ำซุปไปเลี้ยงเด็กๆ ในโรงเรียนในหมู่บ้าน
และสีซอให้เด็กๆ ฟัง ทุกวัน
ติดต่อกันเป็นระยะเวลาสามสิบปี
ทดแทนการดั้นด้นไปหน้าหลุมฝังศพ
จะมีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นบ้าง?
ปู่ชิวจะหลุดออกจากห้วงเหวแห่งความทุกข์โดยพลัน
จะมีแต่คนรักและเอาใจใส่ ทั่วตลอดทั้งหมู่บ้านไปตลอดชาติ
รู้จักกับความสุขในระดับสูงขึ้น ด้วยการเป็นผู้ให้
และเป็นสาระสูงสุดของการเกิดเป็นมนุษย์
ในศักกายภาพที่ปู่ชิวพอจะเป็นได้
โดยหากย่ารู้ ย่าคงสรรเสริญมากกว่าการต้มซุปเพื่อดื่ม
ฟังเพลงซอ เพียงเราสอง หน้าหลุมศพ
โดยที่ย่าไม่ได้มา enjoy ด้วยเลย
หรืออาจมีมุมมองว่า ปู่ชิวอาจไม่ใช่เป็นคนดีอย่างที่คาดก็ได้
มีสมมติฐานว่า ย่าเสียชีวิตไป ตอนที่ทั้งคู่ยังเป็นหนุ่มสาว
เป็นตอนที่ความรักกำลังเบ่งบาน,
ยังเป็นเจ้าชายเจ้าหญิงซึ่งกันและกัน,
เห็นกันแต่แง่งามสดใส
ก็ไม่แปลกอะไรหากปู่ชิว จะรำลึกถึงแต่นางฟ้า,
พร้อมทำทุกอย่างในโลกนี้เพื่อนางฟ้าในใจ
ตราบใดที่ยังไม่มีการได้เสียกัน
หรือแบบไททานิค ที่เพิ่งจะได้กันไม่กี่ครั้ง
ก็ตายจากกันแล้ว
ความทรงจำจึงมีแต่ด้านบวก
เธอยังคงเป็นเจ้าชายในฝันอยู่เสมอและตลอดไป
ความรักในแบบฉบับของหนุ่มสาวนั้น
ต้นหวาน ปลายขมเสมอ อยู่ที่เงื่อนเวลา
แรกรักน้ำต้มผักยิ่งกว่าหวาน ชี้นกเป็นก็เป็นเงิน ชี้เงินก็เป็นทองคำ
เพราะนั่นคือปกติวิสัยของผู้ชายมันที่ยังหวังเยอะอยู่
ก็ย่อมทุ่มเทได้ทุกอย่าง
แต่เมื่อลองได้ดังหวัง หากได้ฟันแล้ว
หรือหากทั้งคู่ลองใช้ชีวิตด้วยกันสักระยะ
ไม่แน่ว่าผ่านไปสักปีหนึ่ง อาจมีทะเลาะกันรายวัน,
แถมด่าแช่งกันให้ฉิบหายตายห่า ด้วยซ้ำไป,
วันนั้น อาจไม่มีปู่ชิวเหมือนในวันนี้
ธรรมดาของความรักย่อมมีจืดจาง และค่อยๆ แปรเป็นขม
เมื่อผู้ชายมันได้สมอยาก คำที่ว่ารัก ก็จะค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป
ตามกาลเวลา
เวลาเปลี่ยน..ใจคนเปลี่ยน
แต่หากดูในแง่เข้าข้าง,
ก็คือ ความรักของปู่ชิวเป็นรักแท้แน่นอนที่ไม่เคยจางลง
ด้วยคุณภาพจิตอันเป็นลักษณะเฉพาะพิเศษ
ที่ในชีวิตจริง เราไม่เคยพบเห็น และไม่คิดว่าจะมีจริง
พิจารณาในท้องเรื่องโดยละเอียด จะพบว่า
ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันแล้ว เอากันแล้ว
ใช้ชีวิตร่วมกันมามากกว่า 20 ปีแล้ว,
ปู่ชิวทำเช่นนี้มาแล้ว 30 ปี และขณะนี้อายุ 86
ก็เท่ากับว่าย่ามาจากไปตอนุคุณปู่อายุประมาณ 56
รักของปู่ชิว จึงเป็นรักแท้
แต่การทำเพื่อคนรัก แสดงออกว่ารัก,
ไม่ได้มีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเสมอไป
การไม่ได้ต้มน้ำซุป สีซอ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รัก
เพียงแต่คุณปู่แกไม่อยากเสียสัจจะที่เคยลั่นวาจาไว้
คำว่า รักเธอเสมอ ในแบบฉบับแท้จริงอย่างปู่ชิว
จึงเป็นต้นแบบแห่งความรักที่เราทั้งหลายใฝ่หา
แต่ความเป็นจริง เราก็ไม่เคยพบเห็น
ทำให้เราๆ อดสงสัยกันไม่ได้ว่า แบบนี้ ดูสีท่าจะมีแต่ในนิยาย
โดยทั่วไปแล้ว เรามักจะเห็นคุณค่าของคนๆ หนึ่ง
ก็ต่อเมื่อเขาจากเราไปแล้ว,
สิ่งนี้สอนเราว่า ที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อเขายังอยู่ ก็พึงดูแลเขาให้ดี
อย่ารอให้เขาจากไปเสียก่อนเลย
เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใด ที่จะไปคร่ำครวญต่อหน้าหลุมฝังศพ
ต่อให้ทำดีแทบตายตอนที่เสียเขาไป
เขาไม่ได้มารับรู้ หัวเราะ รื่นเริง มีความสุข ใดๆ หรอก
มีแต่เราจะเศร้าระทมยิ่งกว่าเดิมไปเสียอีก
ดูแลคนรักของเราให้ดีที่สุด เสียแต่วันนี้
วันที่เขาและเรายังมีลมหายใจอยู่
ทำให้เหมือนประหนึ่งว่าเราจะจากกันวันนี้หรือวันพรุ่ง
ในทางปรมัตถุ์, สำหรับผู้แสวงทางหลุดพ้น สู่เสรีแล้ว
ความรักของปู่ชิว คล้ายเป็นกับดัก
ที่คอยขัดขวางการเดินไปสู่แสงสว่าง
ในอายุขัยที่ยังเหลืออยู่ อย่างน่าเสียดาย
กับหยาดเหงื่อแรงกายและจิตใจที่มุ่งมั่นทั้ง 30 ปี
ที่ผ่านไปโดยเกิดสาระน้อยที่สุด
ไม่สมอัตราส่วนของความทุ่มเทที่สูญเสียไป
ปู่ชิวเป็นคนดี และจะได้ความดีตอบแทนแน่นอน
แต่การเป็นคนดี ไม่ได้หมายความว่าจะพ้นทุกข์ได้
ยังจะยิ่งเศร้าตรมมากกว่าคนไม่ดีเสียด้วยซ้ำไป
เพราะความที่เป็นคนดีนั้น จิตใจจะอ่อนไหว
ชอกช้ำกว่าคนปกติ
หากเศร้า ก็จะเศร้ามากกว่า
ปู่ชิว จึงเป็นตัวอย่างของคนโชคร้ายที่ไม่ได้มีโอกาสมาพบคำสอน
ที่จะพาหลุดพ้นจากห่วงทุกข์ (ทุกข์อริยสัจ)
อันเป็นปกติของคนส่วนใหญ่ที่ยังหลงทางกันอยู่
แต่ยังดำเนินชีวิตยึดมั่นในแบบฉบับตัวกู ของกู
ตามสัญชาติญาณสัตว์โลก ที่เชื่อว่า กูทำแบบนี้ถูกต้องแล้ว
แล้วใครจะทำไม ก็กูรักชอบแบบนี้ของกู ตามหัวใจสั่งมา
ซึ่งไม่รู้เท่าทันตัวเองว่า หัวใจสั่งมา ก็คือกิเลสมันสั่งมา
ก็ต้องเวียนว่ายตายเกิดกันต่อไป ภพแล้วภพเล่า
ไม่รู้จบสิ้นเช่นกัน
สิ่งนี้รวมเรียกกันว่า "ความหลง(ทาง)"
(ตัวเดียวกับ โลภ โกรธ หลง)
ความโชคร้ายของปู่ชิว คือการตอกย้ำความโชคดีของเราๆ ท่านๆ
ที่มีแผนที่ชีวิตนำทาง และอยู่ในถิ่นที่เหมาะสม
(ได้มงคล 38 บางข้อแบบตกกระไดพลอยโจน)
เต็มไปด้วยครูบาอาจารย์พร้อมจะบอกสอน
โดยไม่คิดแม้สตางค์แดงเดียว แต่เรามักเพิกเฉยเสมอๆ
แต่อย่างน้อยๆ ชาตินี้ ปู่ชิว ก็ได้ทำความดีจากความเด็ดเดี่ยว มั่นคง
ตั้งมั่นและสัจจะบารมีติดตัว เป็นเสบียงต่อไปไปในภพหน้า
จนกว่าจะพบแสงสว่าง, พบแผนที่, พบคนอธิบายแผนที่
และหัดเดินไปตามแผนที่นั้น
วันหนึ่ง ด้วยคุณภาพของจิตใจอันเข้มแข็งที่ติดตัวไปนี้
สมาธิแรงกล้าเช่นนี้
ผมเชื่อว่าปู่ชิว จะต้องบรรลุแน่นอนในชาติถัดๆ ไป,
เพียงแต่ชาตินี้ ยังไม่มีใครมาคอยชี้ช่องแนะนำทางออกแค่นั้นเอง
ดูเหมือนว่า การวิจารณ์ปู่ชิวจะไม่จบง่ายๆ แค่นี้ไว้ดูรอบต่อไปครับ
เหนื่อยละ กะปู่ชิว
ขอบคุณ
พี่ปู่ xfiles, คุณแม่เฮียง, หนู mutita, Mr. Maa Noi, Honey, อาจารย์ Benjang, jaktratip, venus และอื่นๆ

๒ ความคิดเห็น:
เขียนได้ดีมากคับ!!!สุดเลย
แสดงความคิดเห็น