วันอังคารที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

พอ





เราได้มีโอกาสเห็นตัวอย่างความสำเร็จกันเยอะ
และตัวอย่างเด็ดๆ ก็มักจะเป็นฝรั่ง อย่างเช็คสเปียร์, ไอสไตน์
เซอร์ไอแซ็คนิวตัน, เอลตัน จอร์น, เอลวิส, บิลเกต, กูเกิลฯลฯ
จึงไม่แปลกหรอก หากเราจะเทิดทูลบูชาด้วยเศียรเกล้า
และเห็นคนฝรั่งเลิศหรู น่าหลงไหลศรัทธา
แล้วก็ศึกษาวิธีคิดของท่าน เลียนแบบท่าน เป็น Model
เป็นฮีโร่ในดวงใจ เป็นมหาบุรุษ เพราะเราถือว่า
ท่านเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ มีวิถีชีวิตให้เราเดินตาม

แต่วันหนึ่ง ที่เราก้าวมาสู่ระดับหนึ่ง (แม้ไม่ได้ 1/100 ก็ตาม)
กลับเกิดการสะดุด, ฉงนในใจ
ว่า ด้วยความสำเร็จของท่านนั้น
ท่านยังเป็นทุกข์อยู่หรือเปล่า?
ท่านอาจความสำเร็จระดับโลก, ร่ำรวยติดอันดับฟอร์ป
เป็นบิดาของสรรพสิ่งทั้งปวง
แต่...ท่านยังมีเรื่องว้าวุ่น, เจ็บปวด, เศร้าหมองอยู่หรือป่าว?

และวันหนึ่ง เราก็เข้าใจอีกว่า
ความสำเร็จทั้งหลายเหล่านั้น เป็นเรื่องมีสาระน้อย
เพราะต่อให้สำเร็จมากมายแค่ไหน
ก็ยังเจ็บอยู่ ยังเศร้าหมองกันอยู่
มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจกันอยู่
หรือไม่มีแม้แผ่นดิน...ให้อยู่
Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire

หนำซ้ำ เงินทองที่กอบโกยกันมาชั่วชีวิต
ล้วนไร้ค่า เมื่อเผชิญรูปแบบของความตาย
ลาภยศ ที่วิ่งเต้นไขว่คว้า ถีบรุ่นน้อง แซงรุ่นพี่
ยอมทำชั่วประการต่างๆ เพื่อให้ได้มันมา
พอถึงเวลา ก็เกษียณ กลายเป็นอีลุงแก่ๆ
และมากไปด้วยรอยแค้นที่ไปทำคนอื่นไว้มาก

สิ่งที่เราดิ้นรนกันมาชั่วชีวิต ล้วนหอบติดตัวไปไม่ได้เลย
นี่แสดงว่า พวกเรากำลังเดินหน้าไปสู่สิ่งไร้ค่าละหรือ?
และเผลอก่อกรรมชั่ว เพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งความ "สำเร็จ"
กระนั้นหรือ?

เมื่อหันกลับมามอง
สำรวจดูซิว่า ความสำเร็จจริงแท้อยู่ที่ไหน?
ปรากฏว่า มันไม่มีอยู่จริง
คนที่เราคิดว่าเขาสำเร็จ ถึงขั้นสูงสุดของชีวิตแล้ว
แต่พวกเขาก็ยังเดินหน้าดิ้นรนกันต่อไป
วิ่งไล่ไขว่คว้าสิ่งใหม่ๆ ไม่หยุดหย่อน แล้วความสำเร็จมันอยู่ตรงไหน

เราเองก็เช่นกัน เมื่อได้หนึ่ง ก็จะเอาสอง ได้คืบเอาศอก
จบสถาบันนี้ ก็จะต่อสถาบันนั้น, ได้ยศนี้ จะเอายศนั้น
ได้ล้าน ก็อยากได้สองล้าน จนหยุดไม่ได้

ความสำเร็จที่แท้จริง จึงมาลงเอยที่การเหยียบเบรค
นั่นคือ "การพอ"
ความสำเร็จที่เริ่มจากภายในนี้ เป็นสิ่งเห็นได้ยาก
เพราะมันอยู่ในใจ มันจับต้องไม่ได้ ไม่มีใครเขาโชว์กัน
เราจึงไม่ค่อยสนใจหาตัวอย่างความสำเร็จแบบนี้มาศึกษา
เพราะเราไม่เห็นคุณค่า ของ "การพอ"

แต่แท้ที่จริงนั้นมันทำได้ยากยิ่ง
ยากกว่าความสำเร็จทั้งปวงที่เราเคยพบเห็น
เหนือความสำเร็จแบบแสนล้าน,
เหนือความเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ

"การพอ" ที่สว่างออกจากใจแล้วแผ่ออกไปได้นี้
แทบเป็นสภาวะสูงสุด ที่คล้ายสูงสุด สู่สามัญ
จุดสูงสุด คือจุดต่ำสุด,
เป็นคุณภาพของจิตที่สว่าง อันเป็นสมบัติแท้ๆ
ที่จะติดตัวไปได้เมื่อตาย

และสิ่งสำคัญ คือการมีสุขได้โดยไม่พึ่งพาสิ่งภายนอกเลย

ปลอดจากทุกข์ทั้งปวง
ความสำเร็จแบบนี้ เรามักมองไม่เห็น
เพราะเราเห็นแต่ความสำเร็จแบบฝรั่ง ที่จับต้องได้
รูปแบบการศึกษา, วิถีชีวิต แทบทุกๆ อย่าง
จึงเลียนแบบเขา เพราะอยากเป็น อยากมีแบบเขา

เรียนก็ต้องเรียนเมืองนอก จึงจะดูเก๋ ดูเท่ห์

แต่แล้ววันหนึ่ง ที่เรามี เราเป็นระดับหนึ่งแล้ว เราจะพบว่า
เราเดิน...หลงทาง (อวิชชา) นี่หว่า

ฝรั่งเหล่านั้น คือตัวอย่างของความพากเพียร ไม่ย่อท้อ
ความมีสมาธิสูง ที่ควรเลียนแบบ ควรศึกษา ให้กำลังใจ
แต่! พึงรู้ด้วยว่า..ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะมัน..ไม่พ้นทุกข์

บุคคลและเรื่องราวข้างล่างเหล่านี้ต่างหากล่ะ
....มหาบุรุษที่แท้จริง แห่งการเข้าใจชีวิต





Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire Unlimited Free Image and File Hosting at MediaFire

ไม่มีความคิดเห็น: